Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่อาจเป็นแค่ฟองสบู่


Editorial Team
Date: 17/07/2560
0 Share

Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่อาจเป็นแค่ฟองสบู่

สกุลเงินดิจิทัลที่มาแรงและโตวันโตคืนอย่าง Bitcoin หรือจะเป็นแค่ฟองสบู่ที่รอวันแตก แนวคิดนี้จะเป็นไปได้หรือไม่


แม้ บิทคอยน์ (Bitcoin) หรือสกุลเงินในโลกดิจิทัลที่สามารถใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าออนไลน์ได้ เพียงแค่เรามีบัญชีบิทคอยน์ออนไลน์ หรือกระเป๋าเงินบิทคอยน์ (Bitcoin Wallet) นั้น จะกลายเป็นที่สนใจอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่ในวันนี้ก็มีหลายความเห็นเริ่มแสดงความกังวลว่าบิทคอยน์ (Bitcoin) อาจเป็นแค่ฟองสบู่ ซึ่งหมายถึง ภาวะที่บางสิ่งบางอย่างขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่ก็อาจจบลงเมื่อไรก็ได้ ซึ่งหากถึงวันที่ฟองสบู่แตกก็อาจก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย โดยเฉพาะภาวะการเป็นหนี้ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

BI Intelligence บริษัทวิจัยระดับต้นของ Business Insider เล่าไว้ว่า เป็นเรื่องน่าจับตามอง เมื่อราคาของบิทคอยน์ (Bitcoin) พุ่งสูงขึ้นที่สุดเป็นปรากฏการณ์ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1,820 เหรียญสหรัฐ (ทำลายสถิติจากเดิมราคา 1,461 เหรียญสหรัฐ) และราคายังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยแรงสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งปริมาณการซื้อขายของแลกเปลี่ยนผ่าน BitFlyer ซึ่งเป็นเว็บไซต์ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนรายใหญ่ที่สุดในตอนนี้สูงขึ้นมาก เนื่องจากมีการลงทุนของสถาบันการเงินรายใหญ่ และญี่ปุ่นได้ประกาศอนุมัติให้บิทคอยน์ (Bitcoin) นับเป็นสกุลเงินเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2017 ซึ่งหากพูดกันเพียงเท่านี้ บิทคอยน์ (Bitcoin) ก็ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ เติบโตและมีแววจะไปต่อได้อีกไกล รวมทั้งราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้คนเข้ามาซื้อมากขึ้นเรื่อย ๆ
 
Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่อาจเป็นแค่ฟองสบู่

แต่ความสำเร็จนี้จะยั่งยืนแค่ไหน เพราะความกังวลเรื่องปัญหาฟองสบู่นั้นกำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากข่าวสมาชิกบอร์ดของ Bundesbank ธนาคารกลางของประเทศเยอรมนี ได้ออกหมายเตือนไม่ให้ประชาชนซื้อบิทคอยน์ (Bitcoin) โดยให้เหตุผลว่าธนาคารยังไม่อนุมัติสกุลเงินนี้และมันอาจเป็นแค่การเก็งกำไรที่นักลงทุนอาจจะเห่อกันไปไกลจนลืมคำนึงถึงความเสี่ยง เช่น ความเป็นไปได้ของข้อปฏิบัติใหม่ที่ขัดแย้งกับสกุลเงินดิจิทัลนี้ เหตุผลเหล่านี้เขย่าขวัญนักลงทุนและส่งผลร้ายต่อมูลค่าของสกุลเงินนี้พอสมควร

แนวคิดเรื่องฟองสบู่นี้ยังตรงกับความคิดของ Mark Cuban มหาเศรษฐีนักลงทุน เจ้าของทีมบาสเก็ตบอล Dallas Mavericks แห่ง NBA ที่โพสต์ข้อความอย่างต่อเนื่องใน twitter ว่า “ผมคิดว่ามันอยู่ในภาวะฟองสบู่ แค่ไม่รู้ว่ามันจะแตกเมื่อไรและจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง ในขณะที่ทุกคนกำลังโม้ว่ามันใช้ง่ายแค่ไหน ที่จริงแล้วพวกเขากำลังเป่าฟองสบู่กันอยู่ทั้งนั้น”
Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่อาจเป็นแค่ฟองสบู่ MARK CUBAN: Bitcoin is a 'bubble'

ข้อความของ Cuban ทวีตขึ้นทันทีที่ราคาของ bitcoin ขึ้นสูงสุดทำลายสถิติที่ราคาเกือบ 2,900 ต่อ Coin สกุลดิจิทัลนี้ได้กำไร 33 ชุดจากทั้งหมด 38 ชุด เพิ่มขึ้นเป็น 144% ในเวลานั้น และเพิ่มขึ้นถึง 200% ในปี 2017

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ Bitcoins นั้นไม่มีสถาบันหรือองค์กรกฎหมายใด ๆ สามารถควบคุมได้โดยสมบูรณ์ ทุกธุรกรรมจะนับเป็นสาธารณะและถูกจัดเก็บข้อมูลในการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไว้ภายใต้ระบบของ บล็อกเชน (Blockchain) ส่งผลให้ธนาคารระดับโลกหรือผู้เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมผ่าน Bitcoin หันมาสนใจบล็อกเชน (Blockchain) กันอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งความพยายามใช้เพื่อลดต้นทุนและทำให้ระบบปฏิบัติการมีประสิทธิภาพตามที่สัญญาไว้ รวมทั้งสำรวจเทคโนโลยีใหม่ ๆ หลากหลายวิธีการ เช่น แสวงหาความร่วมมือกับบริษัทฟินเทค (Fintech) การเป็นสมาชิกสมาคมระดับโลก หรือแม้กระทั่งความพยายามแก้ปัญหาโดยทีมภายในเอง

Sarah Kocianski นักวิเคราะห์การวิจัยระดับสูงจากบริษัท BI Intelligence ได้รวบรวมข้อมูลไว้ ทั้งเหตุผลและวิธีการที่ธนาคารใช้สำรวจเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อป้องกันภาวะฟองสบู่ซึ่งสัมพันธ์กับบล็อกเชน (Blockchain) ดังตัวอย่างต่อไปนี้
  1. ธนาคารส่วนใหญ่กำลังสำรวจวิธีใช้บล็อกเชน (Blockchain) เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานต่าง ๆ ให้ดีขึ้นและลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม ธนาคารต่าง ๆ ยังพยายามหาข้อได้เปรียบเพิ่มเติม รวมถึงเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับฟินเทค (Fintech) และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างโมเดลธุรกิจแบบใหม่ ๆ
  2. ธนาคารต่าง ๆ เริ่มปรับจุดสนใจให้แคบลงและเพิ่มความสามารถในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาธุรกิจต่าง ๆ ได้จริง
 
Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่อาจเป็นแค่ฟองสบู่
 
  1. ผู้ออกกฎระเบียบในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มหันมาสนใจเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มากขึ้น และกำลังทำงานคู่ขนานไปกับธนาคารรายหลักในการสร้างขอบข่ายของข้อปฏิบัติ
  2. วิธีแก้ปัญหาซึ่งอิงจากบล็อกเชน (Blockchain) นั้นจะเริ่มต้นใช้ในบริการทางการเงินหลากหลายด้าน ซึ่งวิธีแก้ปัญหาที่ประสบความสำเร็จที่สุดนั้นจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะทางของธนาคาร และจะดึงดูดเครือข่ายที่ใหญ่พอที่จะเป็นประโยชน์ได้อย่างครอบคลุม
จะเห็นได้ว่า ถึงแม้จะมีความกังวลเกิดขึ้นต่อสภาวะฟองสบู่ แต่ก็ยังมีหลายฝ่ายที่พยายามพัฒนา ปรับปรุงและหาทางออกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารในญี่ปุ่น ซึ่งสามารถติดตามได้ในบทความ กลุ่มธนาคารญี่ปุ่นมีแผนที่จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ของ Ripple ที่มี Google เป็นผู้สนับสนุนเงินลงทุนเพื่อทำการชำระเงิน ส่วนในอนาคต บิทคอยน์ (Bitcoin) บนโลกของบล็อกเชน (Blockchain) จะเป็นอย่างไร คงเป็นเรื่องที่เรายังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกันต่อไป
 
แหล่งข้อมูล: Business Insider
Related Content