บริการ Cryptocurrency จากโลกสมมติสู่โลกความจริง


Editorial Team
Date: 14/11/2560
0 Share

cryptocurrency services in new reality
ตื่นเต้นไหมหากเราจะบอกว่า ธนาคารวางแผนจะให้บริการเงินสกุลดิจิทัล และความจริงนี้ก็กำลังใกล้เข้ามาทุกที จากสกุลเงินบนโลกออนไลน์ที่คล้ายเป็นแค่เรื่องสมมติกันเฉพาะกลุ่ม กำลังจะกลายเป็นบริการที่เชื่อมโยงกับการใช้งานและความต้องการของผู้คนมากมายในโลกแห่งความจริง

ท้ายที่สุดแล้ว Bitcoin (บิทคอยน์) อาจจะเกิดการทับซ้อนกับอุตสาหกรรม Fintech (ฟินเทค) ที่กำลังเป็นที่นิยมในวงกว้างก็เป็นได้

เมื่อไม่นานมานี้ Skandiabanken ธนาคารที่ให้บริการออนไลน์เพียงช่องทางเดียวรายใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ ประกาศว่ามีแผนจะให้บริการเชื่อมโยงบัญชีธนาคารกับผู้ให้บริการเงิน Cryptocurrency หรือสกุลดิจิทัลรายต่าง ๆ

ในขณะที่บางคนอาจเห็นว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นแค่หนึ่งในแผนของธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมที่มีใจเปิดกว้างกับ Bitcoin (บิทคอยน์) แต่แท้ที่จริงแล้ว ข่าวนี้แสดงให้เห็นถึงก้าวย่างใหม่ในวิวัฒนาการของเงินสกุลดิจิทัลสู่โลกของ Fintech (ฟินเทค) เลยก็ว่าได้

Skandiabanken ประกาศความตั้งใจดังกล่าวในสัปดาห์นี้เพื่อให้ลูกค้าของตนสามารถเชื่อมโยงบัญชีธนาคารของตนกับบัญชี Coinbase ซึ่งจะทำให้ลูกค้าของธนาคารสามารถเรียกดูยอดเงินดิจิทัลคงเหลือจากแอปพลิเคชันของธนาคารได้โดยตรง

แอปพลิเคชันดังกล่าวทำให้ผู้ใช้สามารถเรียกดูสินทรัพย์ของพวกเขาได้เหมือนกับการลงทุนอื่น ๆ ถึงแม้ในเวลานี้แอปพลิเคชันจะยังไม่รองรับการซื้อและขายเงินสกุลดิจิทัลได้ก็ตาม ทั้งนี้ ทางธนาคารฯ เน้นย้ำว่าไม่ได้ถือว่า Bitcoin (บิทคอยน์) เป็นสกุลเงินหนึ่ง แต่ถือว่าเป็นประเภทสินทรัพย์หนึ่งเท่านั้น

นี่ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มที่ Bitcoin (บิทคอยน์) จะรวมเข้ากับแนวโน้ม Fintech (ฟินเทค) อื่น ๆ ที่กว้างมากขึ้น เพื่อจะให้บริการที่มีนวัตกรรมและบริการกับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ

แยกการให้บริการธนาคารต่าง ๆ แบบดั้งเดิมออกจากกัน

ทั่วโลกมีผู้ใช้บริการธุรกรรมทางโทรศัพท์ (Mobile Banking) มากกว่าสาขาของธนาคารมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น ในนอร์เวย์ ประชากรร้อยละ 91 เข้าถึงบริการธนาคารผ่านช่องทางออนไลน์

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของบริการ Fintech (ฟินเทค) ที่ ‘แยก’ การให้บริการธนาคารต่าง ๆ แบบดั้งเดิมออกจากกัน ผนวกกับการเติบโตของยุคที่มุ่งสู่อินเทอร์เน็ตเป็นอันดับแรก (Internet-first Generation) กำลังขับเคลื่อนแนวโน้มดังที่กล่าวมา

นอกจากนั้น Payment Services Directive (PSD2) ของสหภาพยุโรปที่ได้รับการปรับปรุงใหม่และจะมีผลบังคับใช้ในปี 2018 บังคับว่า ธนาคารจำเป็นต้องแบ่งปันข้อมูลลูกค้ากับบุคคลที่สามผ่าน API ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงบริการเงินสกุลดิจิทัลด้วย

ดังนั้น การผสมผสานระหว่างการทำธุรกรรมธนาคารทางออนไลน์ บริการ Fintech (ฟินเทค) และ Open API จะทำให้ขอบเขตระหว่างการเงินแบบดั้งเดิมและการเงินทางเลือกใหม่นั้นลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ

สถาบันการเงินหน้าใหม่อย่าง Skandiabanken กำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อที่จะยอมรับ Bitcoin (บิทคอยน์) และ Altcoin (อัลคอยน์) ว่าเป็นสินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือ หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป เงินสกุลดิจิทัลต่าง ๆ อาจกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในภูมิทัศน์ Fintech (ฟินเทค) ใหม่ได้ในที่สุด

สิ่งนี้จะเพิ่มแรงกดดันต่อผู้ออกกฎหมายให้คิดแผนที่จะกำกับดูแลสินทรัพย์ประเภทใหม่นี้ และยังอาจกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาบริการยุคถัดไปที่เกี่ยวข้องกับเงินสกุลดิจิทัลได้ด้วย

ถึงแม้ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin (บิทคอยน์) และสินทรัพย์ที่คล้ายคลึงกันกำลังกลายเป็นสินทรัพย์ในกระแสหลัก แต่ความเคลื่อนไหวนี้ก็แสดงให้เห็นว่าผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเงินทั้งหลาย สามารถเริ่มเปลี่ยนแปลงการเงินการธนาคารที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ มานานหลายทศวรรษได้ และเงินสกุลดิจิทัลจะเป็นส่วนหนึ่งในระบบนิเวศ Fintech (ฟินเทค) ขนาดใหญ่ได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เคยมีความกังวลอยู่ว่า Bitcoin (บิทคอยน์) สกุลเงินดิจิทัลอาจเป็นแค่ฟองสบู่ การติดตามข่าวและความเป็นไปได้หลาย ๆ ทาง น่าจะทำให้นักลงทุนทั้งหลายวางแผนได้อย่างรอบคอบและแม่นยำมากขึ้น

หมายเหตุ : ผู้เขียนบทความนี้ คือ Noelle Acheson ทำงานเป็นนักวิเคราะห์บริษัทและการเงินธุรกิจมากว่า 10 ปี และเป็นสมาชิกของทีมงานผลิตภัณฑ์ของ CoinDesk
 
ที่มา: coindesk.com
Related Content