กลุ่มอุตสาหกรรมของฟินเทคที่มีแนวโน้มที่น่าจะเติบโตใน พ.ศ. 2560


Editorial Team
Date: 08/05/2560
0 Share

finnovate-blog-banner-fintech-most-likely-grow-in-2017.jpg
ในปัจจุบัน อุตสาหกรรม Fintech รายใหม่ ๆ ยังคงมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการวิจัยของ PwC และ Startupbootcamp FinTech London ซึ่งเป็นศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านฟินเทค (Fintech accelerator) ในประเทศอังกฤษ ได้พิจารณาหลายปัจจัย รวมทั้งอัตราการใช้ศูนย์บ่มเพาะที่มีสตาร์ทอัพ (Startup หรือผู้เริ่มกิจการ) จากกลุ่มต่าง ๆ ของฟินเทค
 
fintech-most-likely-grow-in-2017-content.png

จำนวนเหล่านี้บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมฟินเทคประเภทไหนมีแนวโน้มเติบโตในปี 2560 ภาพรวมตลาดเริ่มอยู่ในช่วงอิ่มตัว โดยดูได้จากจำนวนสตาร์ทอัพที่ลดลง และการเติบโตคงที่ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2559

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นผลที่ได้จากการวิจัย

  • ฟินเทค 3 กลุ่มที่มีอัตราการในส่วนแบ่งการใช้งานมากที่สุด ได้แก่ คลาวด์ (Cloud) และคอร์ โปรเซสซิ่ง โซลูชั่น (core processing solution) ซึ่งเติบโตจาก 14% ในปี 2558 เป็น 22% ในปี 2559 ต่อด้วย "เครื่องจักรที่ฉลาดขึ้นและทำงานเร็วขึ้น” (เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) และเทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain)) เติบโตจาก 12% เป็น 16% และ "ความชื่นชอบของลูกค้าเปลี่ยนไป" (เช่น กลุ่มลูกค้า และโซลูชั่นที่ออกแบบตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย) เพิ่มขึ้นจาก 11% เป็น 14% การใช้งานมากขึ้นในด้านต่าง ๆ เหล่านี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีในภาคส่วนนั้น ๆ รวมทั้งลูกค้ายินดีจะติดต่อกับผู้ให้บริการทางการเงินมากขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ
  • 3 กลุ่มมีส่วนแบ่งการใช้งานลดลง ซึ่งก็คือ กลุ่ม "โลกที่ปลอดเงินสด” (cashless world) (ได้แก่ โซลูชั่นการชำระเงินในช่องทางดิจิทัลสำหรับธุรกิจรายย่อย) ซึ่งลดลงจาก 19% ในปี 2558 เหลือ 17% ในปี 2559 "นักลงทุนที่มีอำนาจมากขึ้น” (empowered investors) (เช่น หุ่นยนต์ที่ปรึกษา) ลดลงจาก 17% เหลือ 11% และเทคโนโลยีการชำระเงินรูปแบบใหม่ (emerging payments rails) ลดลงจาก 11% เหลือเพียง 3% จำนวนที่ลดลงเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าฟินเทคที่ดำเนินการในด้านเหล่านี้ โดยเฉพาะการชำระเงิน เริ่มอยู่ตัว และทำให้สตาร์ทอัพไม่อยากเข้ามาแข่งขันด้วย
  • 3 กลุ่มรักษาส่วนแบ่งการใช้งานเอาไว้ได้ โดยส่วนแบ่งการใช้งานของการระดมทุนผ่านผู้ให้บริการระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ (Crowd funding) เพิ่มขึ้นเพียง 1% จาก 6% ในปี 2558 เป็น 7% ในปี 2559 ส่วนแบ่งของการกู้ยืมแบบทางเลือก (alternative lending) คงที่ที่ 6% ส่วนแพลตฟอร์ม (platform) ของตลาดใหม่ (โดยเฉพาะตลาดทุน) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 4% เป็น 5% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้มีผู้เล่นที่ครองด้านนี้มานาน แต่ผู้เล่นรายใหม่คิดว่ายังมีปัญหาที่ผู้เล่นรายใหญ่จัดการได้ไม่ดีเท่าที่ควร
ในอนาคต เราน่าจะเห็นเงินทุนเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับส่วนแบ่งการใช้งาน ผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือ ซึ่งระบุว่ากลุ่มไหนจะเติบโตในปีนี้ ดังนั้น เราน่าจะเห็นข้อตกลงเรื่องการลงทุนในคลาวด์และคอร์ เทคโนโลยี (core technology) มากที่สุด ส่วนปัญญาอัจฉริยะและการเรียนรู้ของเครื่อง รวมทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ก็ยังคงมีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้นักลงทุน

เราเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทที่ทำธุรกิจด้านการเงินตั้งแต่ยุค พ.ศ. 2513 ที่เปิดตัวกองทุนรวมดัชนี โบรกเกอร์ที่ให้บริการไม่เต็มรูปแบบ (discount broker) และตู้เอทีเอ็ม ไม่มีบริษัทไหนรอดพ้นจากการเปลี่ยนแปลง (disruption) ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมทั้งทุกบริษัทต้องมีกลยุทธ์เพื่อใช้ประโยชน์จากการวิวัฒนาการด้านฟินเทคนี้

การต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะก่อให้เกิดผู้ชนะที่ไม่มีใครคาดคิด และผู้แพ้ที่ทุกคนต้องตะลึง ในบรรดาหลายบริษัทที่มีชื่อเสียงในโลกการเงิน ความขัดแย้ง (และความร่วมมือ) ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดจะเกิดขึ้นระหว่างสตาร์ทอัพที่ปรับโครงสร้างการดำเนินงานที่มีมายาวนานเป็นสิบ ๆ ปีเสียใหม่ทั้งหมด ผู้เล่นที่มีอำนาจมาแต่เดิมที่พยายามอย่างยิ่งที่จะปรับตัวเข้ากับนวัตกรรมของตน และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านเทคโนโลยีและกระบวนการที่มีอยู่เดิม
  • ระหว่างธนาคารเพื่อธุรกิจรายย่อยแบบดั้งเดิมกับธนาคารที่ให้บริการออนไลน์เท่านั้น ธนาคารแบบดั้งเดิมให้บริการที่มีคุณค่า ทว่าธนาคารออนไลน์เสนอบริการแบบเดียวกันหลายอย่างในอัตราผลตอบแทนสูงกว่า แต่ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า
  • ระหว่างผู้ให้กู้แบบดั้งเดิมกับการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer-to-Peer หรือ P2P Marketplaces) ตลาดการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลกับบุคคลเติบโตเร็วกว่าแบบดั้งเดิมมาก เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากลยุทธ์ของธนาคารในการสร้างเครือข่ายสินเชื่อขนาดเล็กของตนจะประสบความสำเร็จหรือไม่
  • ระหว่างผู้จัดการหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมกับหุ่นยนต์ที่ปรึกษา หุ่นยนต์ที่ปรึกษา เช่น Betterment ให้ข้อเสนอที่มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า อัตราลงทุนต่ำสุดที่ต่ำกว่า และผลตอบแทนที่มั่นคงแก่นักลงทุน แต่ผู้จัดการหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมส่วนมากสร้างผลิตภัณฑ์ robo-product ของตัวเอง แต่คอยช่วยเหลือนักลงทุนด้วย ซึ่งบรรดาลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อรับบริการนี้
สภาพแวดล้อมที่ผันผวนนี้สร้างทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ให้คุณเห็นต่อหน้าต่อตาเลย ... นอกจากนี้ ยังสร้างโอกาสที่ตัวคุณและบริษัทของคุณจะประหยัดค่าใช้จ่ายและเติบโตอีกด้วย

หลังจากทำการวิจัยมาหลายเดือนและรายงานแนวโน้มที่สำคัญนี้ ซาราห์ โคเชียนสกี (Sarah Kocianski) นักวิเคราะห์วิจัยอาวุโสด้านข่าวกรองทางธุรกิจ (BI Intelligence) ซึ่งให้บริการด้านการวิจัยระดับพรีเมียมของบิซิเนส อินไซเดอร์ (Business Insider) รวบรวมรายงานที่จำเป็นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของฟินเทค (Fintech) ซึ่งอธิบายภูมิทัศน์ใหม่ ระบุว่ากลุ่มใดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก่อนใคร และแสดงให้เห็นบริษัทเกิดใหม่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดด้วย ผู้เล่นรายใหม่เหล่านี้มีศักยภาพที่จะกลายเป็นวีซ่า (Visa) เพย์พาล (Paypal) หรือชาร์ลส์ ชวาบ (Charles Schwab) รายถัดไป เพราะมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงธุรกิจการเงินในด้านสำคัญต่าง ๆ ดังนี้
  • การธนาคารเพื่อธุรกิจรายย่อย
  • การให้กู้และให้เงินทุน
  • การชำระและโอนเงิน
  • การบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง
  • ตลาดและตลาดหลักทรัพย์
  • ประกัน
  • ธุรกรรมที่ใช้บล็อกเชน (Blockchain)
ถ้าคุณทำงานในภาคส่วนเหล่านี้ เป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องเข้าใจว่าวิวัฒนาการของฟินเทคจะเปลี่ยนแปลงธุรกิจและอาชีพของคุณอย่างไร ถ้าคุณเป็นพนักงานในธุรกิจดิจิทัล ก็ควรจะทราบว่าจะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้มาช่วยให้นายจ้างดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ และมีผลกำไรได้อย่างไร

ภาพรวมที่คุณได้จากรายงานเดอะ ฟินเทค อีโคซิสเต็ม (The Fintech Ecosystem Report) ช่วยให้คุณเข้าใจการวัดผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่ออุตสาหกรรมธุรกิจการเงินทั้งหมด
  • การลงทุนกับฟินเทคยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังการลงทุนรวมใน พ.ศ. 2558 บันทึกได้ 19,000 ล้านดอลลาร์ กองทุนฟินเทคระดับโลกปัจจุบันได้แตะถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ แล้วเมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2559
  • ฟินเทคกลุ่มที่ดึงดูดความสนใจของสื่อมวลชนและนักลงทุนนั้นเปลี่ยนไป การทำประกันออนไลน์ (Insurtech) หุ่นยนต์ที่ปรึกษา และธนาคารออนไลน์เป็นเพียงตัวอย่างบางกลุ่มที่สร้างกระแสฟินเทคระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B Fintech) ยังคงมีบทบาทที่โดดเด่นในสภาพแวดล้อมการลงทุนนี้
  • ฟินเทคไม่ได้มีแต่เรื่องดี ๆ ทั้งหมด เพราะมีอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ การสร้างฐานลูกค้าใหม่และความสามารถในการทำกำไร ดังนั้น หลายบริษัทยินดีเป็นพันธมิตรกับบริษัทอื่น และปรับโมเดลธุรกิจของตน
  • ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับฟินเทคยังคงพัฒนาต่อไป ฟินเทคไม่ได้ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามแต่เพียงอย่างเดียว แต่ก็มองข้ามไม่ได้อีกต่อไป ฟินเทคถูกมองว่าเป็นพันธมิตรมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่การกล่าวออกมาเพียงประโยคเดียวก็ดูง่ายเกินไป ในความเป็นจริงแล้ว มีการติดต่อที่เราแทบจะไม่สังเกตเห็นอยู่ด้วย
รายงานฉบับนี้
  • ประเมินแต่ละขั้นของอุตสาหกรรมฟินเทค
  • ให้รายละเอียดถึงสิ่งที่ขับเคลื่อนการเติบโต
  • อธิบายว่าฟินเทคกลุ่มใดก้าวหน้า
  • ร่างโมเดลทั้งปัจจุบันและอนาคตสำหรับฟินเทคและการทำงานร่วมกันกับผู้ที่อยู่ในหน้าที่
รายงาน เดอะ ฟินเทค อีโคซิสเต็ม วัดผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่ออุตสาหกรรมธุรกิจการเงินทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับการปฏิวัติวงการฟินเทค
 
ที่มา: Business Insider
Related Content