พัฒนาการของ iTAX จากสตาร์ทอัพคู่คิดการวางแผนภาษีสู่ตลาดประกัน


ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์
Date: 27/09/2560
0 Share

พัฒนาการของ iTAX จากสตาร์ทอัพคู่คิดการวางแผนภาษีสู่ตลาดประกัน
ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ประธานกรรมการบริหาร iTAX

iTAX หนึ่งในสตาร์ทอัพผู้เข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 1 ที่มีผู้เข้าใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกปี และมีแววจะแตะล้านคนในปีนี้ ล่าสุดยังขยายฐานลูกค้าจากการช่วยเหลือการวางแผนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา มาสู่การจัดการวางแผนภาษีให้กับองค์กร หรือ iTAX for Enterprise อย่างเป็นระบบอีกด้วย

ใกล้ฤดูกาลยื่นภาษีทีไร เชื่อเลยว่า iTAX เว็บไซต์และแอปพลิเคชันวางแผนภาษีจะเป็นผู้ช่วยที่หลายคนคิดถึง นอกจากจะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในฐานะสตาร์ทอัพ iTAX ก็ยังเติบโตและมีแนวโน้มที่ดีในการขยายตัวอย่างน่าทึ่ง นั่นเป็นสิ่งที่หลายคนรับรู้

แต่ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ iTAX เป็นอีกหนึ่ง Fintech Startup ที่เคยอยู่ในโครงการบ่มเพาะ Krungsri RISE ซึ่งจัดเป็น Fintech Accelerator หรือโครงการบ่มเพาะ Fintech (ฟินเทค) เจ้าแรกของไทย โครงการนี้เป็นการพัฒนาองค์ความรู้และการลงทุนให้กับธุรกิจ Fintech Startup ยกระดับขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการเงินรูปแบบใหม่เข้าสู่ภาคธุรกิจดิจิทัล และยังติวเข้มความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถก้าวล้ำนำเทรนด์ธุรกิจได้อย่างก้าวกระโดด จนโครงการดำเนินอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สองในปี 2017 นี้ ภายใต้แนวคิด “เร่งโตสองเท่า” (Accelerate 2X Potential)

วันนี้เราเลยขอจับเข่าคุยกับศิษย์เก่าจาก Krungsri RISE Batch 1 อย่าง ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ประธานกรรมการบริหาร iTAX ที่กำลังมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาภารกิจใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี เพื่อผู้เสียภาษีทุกคน มาดูกันสิว่า เส้นทางการเติบโตของ iTAX ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และในปี 2017 เขาวางแผนจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ อะไรบ้าง
 
พัฒนาการของ iTAX จากสตาร์ทอัพคู่คิดการวางแผนภาษีสู่ตลาดประกันเครดิตภาพ: iTAX
 
คู่คิดเรื่องการวางแผนภาษีบุคคล
 
หลายคนน่าจะรู้จัก iTAX สตาร์ทอัพที่เปลี่ยนยาขมสำหรับใครหลายคนอย่างการวางแผนภาษีให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย โดยย่อยข้อมูลต่าง ๆ ที่มีคำศัพท์เฉพาะ และเนื้อหายาวให้เข้าถึงคนในวงกว้างได้ง่ายขึ้น ซึ่งธุรกิจนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2013 และพัฒนาเพิ่มภารกิจใหม่ ๆ ที่ท้าทายเข้ามาทุกปี

“การวางแผนภาษีก็เหมือนการลงทุนชนิดหนึ่งครับ โดยสถิติถ้าเราวางแผนอย่างถูกต้อง จะสามารถประหยัดภาษีที่ต้องจ่ายได้ถึง 5-10 % ของเงินได้ทั้งปี และยังจัดเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งคนที่สนใจเรื่องนี้เขาทราบดีว่าเราเป็นเครื่องมือที่จะช่วยประหยัดเวลาในการวางแผนภาษี และยังช่วยให้ได้กำไรเยอะ จากการที่มีรายจ่ายน้อย หรือนำเงินส่วนต่างนั้นไปลงทุนเพิ่มเติม” ดร.เรือบินกล่าว

ตั้งแต่ปี 2013 จนวันนี้ iTAX น่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยวางแผนเรื่องภาษีได้ครบวงจรมากที่สุดในประเทศ เริ่มต้นภารกิจแรกด้วยการเตรียมแบบฟอร์มภาษี เพื่อให้การยื่นภาษีถูกต้องและรับเงินคืนสูงสุด ต่อมาในปี 2014 มีการเพิ่มเรื่อง iTAXpedia เข้ามาเพื่ออัปเดตข้อมูลข่าวสารเรื่องภาษีให้เข้าใจง่ายขึ้น ในปี 2015 เริ่มให้บริการการวางแผนภาษีเพื่อการลดหย่อนให้ได้สูงสุด ถูกต้องทุกอย่างตามที่กฎหมายกำหนด จึงมีการแนะนำตัวช่วยเพิ่มเติม นอกจากสิทธิที่จะได้รับเบื้องต้นด้วย ปีถัดมา 2016 มีการเปิด iTAX Market เพื่อให้ลูกค้ามาเลือกชอปตัวช่วยลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ได้ อย่างเช่น LTF/RMF และการทำประกันในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดข้อมูลของสินค้าแต่ละตัวอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย โดยคำนวณแยกตามความต้องการเฉพาะของแต่ละคน และมีการจัดงานมหกรรมการเงิน iTAX Market Place 2016 ที่รวบรวมตัวเลือกประหยัดภาษีตัวท็อปทั้งหมดมาไว้ภายในงานเดียว โดยในงานมีธุรกรรมที่เกิดขึ้นภายในงานกว่า 150 ล้านบาท

“เราวางแผนให้คนลดหย่อนภาษีให้ได้สูงสุด ด้วยการแนะนำให้ทำกิจกรรมเพิ่มเติมอย่าง LTF RMF การซื้อประกัน ไปจนถึงการบริจาค มันจะมีจุดที่พอดีอยู่ ออมน้อยไปไม่พอดี มากไปก็เกิดความเครียด บางทีเราไม่จำเป็นต้องซื้อเต็มจำนวนก็ได้สิทธิการลดหย่อนครบตามความต้องการแล้ว อย่าง LTF ไม่ต้องซื้อถึง 500,000 บาท หรือ 15% ของเงินได้ตามกำหนดก็ได้ iTAX จะคำนวณข้อมูลว่าคุณควรจะจ่ายเท่าไหร่ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราซื้อ 50,000 บาท อาจจะพอแล้วในการลดหย่อน แล้วเอาเงินที่เหลือไปลงทุนด้านอื่นดีกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานภาพส่วนตัวของแต่ละคน” ดร.เรือบินกล่าว
 
พัฒนาการของ iTAX จากสตาร์ทอัพคู่คิดการวางแผนภาษีสู่ตลาดประกันเครดิตภาพ: iTAX

วิธีการคือ iTAX จะรวมข้อมูลการลดหย่อนของทุกบริษัทมารวมไว้ด้วยกัน และยังจัด 5 อันดับที่มี iTAX Score (เต็ม 10 คะแนน) คือผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลประโยชน์สูงสุดทุกด้าน เมื่อวิเคราะห์ความคุ้มครอง อัตราผลตอบแทน และปัจจัยอื่น ๆ ตามหลักวางแผนการเงินและภาษีไว้แล้ว รวมไปถึงสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วน

ดร.เรือบินบอกเราเพิ่มเติมว่า ในข้อมูลของ iTAX Market จะนำข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้ามาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ผลิตภัณฑ์นั้นจะไม่ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับทาง iTAX ก็ตาม “อย่างถ้าเข้าไปในเว็บของเรา จะมีบางผลิตภัณฑ์บางรายการที่เราแนะนำ แต่ไม่มีปุ่มกดซื้อ เราก็จะแนะนำให้รู้ว่าสินค้านี้เหมาะกับเขาจริง ๆ แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นพาร์ทเนอร์กันก็ตามครับ” ทั้งนี้หากมีผลิตภัณฑ์ตัวใดที่เหมาะสมและมีขายใน iTAX Market ดร.เรือบินบอกว่าการซื้อผ่าน iTAX Market ก็จะทำให้เราสามารถช่วยทำแผนภาษีอย่างต่อเนื่องได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
 
ผู้ช่วยการวางแผนภาษีสำหรับองค์กร
 
ปี 2017 หลังจาก iTAX ได้จัดการภาษีบุคคลธรรมดาได้อย่างครบวงจรแล้ว ก็เริ่มหันมาช่วยจัดการวางแผนภาษีให้กับนิติบุคคลในนาม “iTAX for Enterprise” โดยมีสโลแกนว่า ภาษีธุรกิจครบวงจร ลดภาษีสูงสุดทั้งองค์กร ดร.เรือบิน บอกเราว่า “ธุรกิจคนเราจะแพ้ชนะ ความได้เปรียบอยู่ที่การบริหารเรื่องภาษี ซึ่งนักธุรกิจทุกคนรู้ดีว่าเรื่องนี้สำคัญครับ”

จากแนวคิดนี้เองทำให้ iTAX ขยายการให้บริการมาสู่การจัดการภาษีสำหรับองค์กร ซึ่งส่วนนี้จะซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม และต้องเกี่ยวข้องกับภาษีนิติบุคคล ภาษีส่วนบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งเงื่อนไขย่อมแตกต่างกันจากภาษีบุคคลธรรมดา “ปีนี้เราช่วยทำภาษีทั้งระบบองค์กร สิ่งที่ลูกค้าต้องจ่ายคือค่าลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์ด้านบัญชีเพื่อช่วยประหยัดภาษี ซึ่งจะช่วยคำนวณให้บริษัทนั้นลดภาษีได้ทั้งสี่ส่วนที่กล่าวไปแล้ว และคำนวณแบบ Pay Roll ทั้งระบบ ตั้งแต่ภาษีบุคคลธรรมดาของเจ้าของบริษัท ไปจนถึงลดภาษีพนักงานทั้งองค์กรด้วย ซึ่งรับรองว่าซอฟต์แวร์นี้คุ้มค่า เพราะไม่เพียงแต่ทำให้บัญชี-ภาษีขององค์กรถูกต้องเหมือนซอฟต์แวร์อื่น ๆ แล้ว สิ่งที่แตกต่างกันคือยังบริหารให้คุณเสียภาษีน้อยที่สุดทั้งระบบอีกด้วย”

จึงไม่น่าแปลกใจที่ตั้งแต่เปิดตัวจะมียอดเข้าใช้งานทั้งเว็บไซต์ และดาวน์โหลดแอปฯ iTAX เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทุก ๆ ปี ซึ่งยอดรวมตอนนี้มากกว่า 500,000 ครั้ง และมีแววว่าจะแตะหลักล้านในสิ้นปีนี้

โดยภาพรวม iTAX เป็นอีกหนึ่งสตาร์ทอัพที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยของความสำเร็จนี้ ดร.เรือบินบอกเราว่า อาศัยเรื่องสำคัญ 3 ข้อด้วยกัน คือ การรู้ลึกรู้จริงเรื่องที่ลงมือทำ ความจริงใจในการสื่อสาร และการฟังเสียงลูกค้าเสมอ แต่สิ่งที่แสดงถึงความสำเร็จจริง ๆ ดร.เรือบินบอกเราว่า

“มันได้ช่วยให้คนในชาติใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นจริงครับ เพราะภาษีเป็นเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้ว่าต้องวางแผนขนาดนี้ เราเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนเข้าใจเรื่องนี้ เพื่อให้รัฐนำเงินที่ได้ไปพัฒนาประเทศของเราในด้านต่าง ๆ ต่อไปได้” ดร.เรือบิน กล่าวทิ้งท้าย

ถึงปีนี้โครงการ Krungsri RISE Batch 2 จะปิดรับสมัครไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากสตาร์ทอัพหน้าใหม่สนใจจะเข้าร่วมโครงการก็อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ระหว่างนี้ลองศึกษาแนวคิดและแผนงานของสตาร์ทอัพเคสอื่น ๆ ไปพลาง ๆ ก่อน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาสตาร์ทอัพของคุณให้ขยับไปข้างหน้า แล้วรอพบกันใหม่ในโครงการ Krungsri RISE Batch 3 ถึงตอนนั้น ขอเตือนว่าห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ !
Related Content