สรุปวงการ Fintech ไทย 3 ไตรมาสแรกในปี 2017


Editorial Team
Date: 08/09/2560
0 Share

สรุปวงการ Fintech ไทย 3 ไตรมาสแรกในปี 2017
 
วงการฟินเทคไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้ารวดเร็วกว่าที่ใครหลายคนคิด สำหรับเหล่าสตาร์ทอัพ การติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจะทำให้คุณเห็นช่องทางและโอกาสใหม่ ๆ ที่มีรอบตัว

ปี 2017 ได้ล่วงเลยผ่านมาแล้วครบ 3 ไตรมาสแล้ว แต่ดีกรีความร้อนแรงของ Fintech (ฟินเทค) ก็ยังคงขยับอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะเป็นการสรุปเหตุการณ์น่ารู้ต่าง ๆ ในวงการ Fintech ของไทย ตั้งแต่ต้นปีจวบจนถึงตอนนี้ โดยแบ่งเหตุการณ์ออกเป็นสองหมวดหมู่ใหญ่ ๆ ได้แก่
  • การเติบโตด้านการระดมทุนและการซื้อกิจการของ Fintech Startups ไทย
  • การเติบโตในด้านโครงการและการสนับสนุน Fintech จากธนาคารใหญ่ และหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งสามารถแบ่งหมวดหมู่ย่อย ได้แก่
    • การจัดตั้งกองทุนเพื่อการลงทุนในสตาร์ทอัพ
    • การจัดตั้งโครงการ Accelerators ต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพ
  • ความคืบหน้าเรื่องนวัตกรรมทางการเงินที่ทำเองโดยธนาคาร และข่าวอื่น ๆ


ข่าวการเติบโตของ Fintech Startups ไทย

ในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏข่าวสำคัญในด้านการระดมทุนของ Fintech Startups ไทย ได้แก่ ข่าวการได้รับเงินลงทุนระดับ Series A โดยมีสองราย คือ
 
Digioเครดิตภาพ: emalta
  1. Digio ผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินบนโมบาย (mPOS) และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) ซึ่งได้รับเงินลงทุนโดย InVent ในกลุ่ม Intouch Holdings
 
T2P DeepPocketเครดิตภาพ: Mthai
  1. T2P DeepPocket ผู้พัฒนา e-wallet อีกราย ได้รับเงินลงทุนรอบนี้โดยนักลงทุนหลายราย ได้แก่ J-Venture, กลุ่มจันวาณิชย์, กลุ่มเบญจจินดา โฮลดิ้ง, 500 Statups และ 500 TukTuks
หมายเหตุ: ข่าวนี้ปรากฏในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งพ้นจากไตรมาสที่ 3 มาได้ไม่นาน ทางผู้เขียนจึงขออนุญาตนำมารวมด้วย

นอกจากนี้รายที่โดดเด่นเป็นพิเศษในด้านการเติบโต คือ Omise ที่ประกาศทำแพลตฟอร์มใหม่อีกตัว Omise Go และระดมทุนเพิ่มที่ตัวเลข 16 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ผ่านกระบวนการของ CrowdSale (คล้าย ๆ กับ Crowdfunding แต่เบื้องหลังเป็นการใช้ Cryptocurrency ในการเทรด) นับเป็นสตาร์ทอัพรายแรกในไทยที่ลงทุนด้วยวิธีนี้

อีกทั้ง Omise ยังได้พัฒนาเป็นสู่การ “ซื้อกิจการ” Fintech รายอื่น โดยได้ประกาศซื้อ Paysbuy จาก dtac (ไม่เปิดเผยตัวเลข) ในเดือนกรกฎาคม
 

การเติบโตในด้านโครงการและการสนับสนุน Fintech (ฟินเทค)

จาก 2016 สู่ปี 2017 โครงการด้าน Fintech ยังคงมีจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงประตูโอกาสสำหรับ Fintech startups ที่จะได้เติบโตต่อ ตัวอย่างโครงการที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การแข่งขัน FinTech Challenge ครั้งที่ 2 โดย ก.ล.ต. ร่วมกับ 9 พันธมิตร

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประกาศจัดการแข่งขัน FinTech Challenge ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยมีการประกาศรายชื่อ Fintech startups หน้าใหม่เข้าร่วมถึง 20 ทีม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเกิดใหม่ของ Fintech startups ที่ช่วงปีที่ผ่านมา

โครงการกรุงศรี ไรส์ (Krungsri RISE) ก็ได้มีการเปิดรับสมัครรุ่นที่ 2 โดยเปิดกว้างทั้ง Fintech (ฟินเทค) และสตาร์ทอัพรายอื่น ๆ เข้าร่วม Intensive Bootcamp 16 สัปดาห์ และโอกาสต่อยอดธุรกิจกับกรุงศรี สำหรับรุ่นที่ 2 นี้ ได้มีการประกาศรายชื่อในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีรายชื่อสตาร์ทอัพ 10 ทีมที่เข้าร่วม ได้แก่ SetRobot, Baania, AIYA, Horganize, BigStone, QueQ, Refinn, Jabjai for school และ Carpool

นอกจาก Accelerators แล้ว ในปีนี้ยังมีความคืบหน้าในด้านกองทุนเพื่อการลงทุนในสตาร์ทอัพจากธนาคารออกมาอย่างชัดเจน โดยกรุงศรี ได้เปิดตัว กรุงศรี ฟินโนเวต (Krungsri Finnovate) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยถึงกองทุนเพื่อลงทุนใน Fintech startups ด้วยงบลงทุนกว่า 30 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,000 ล้านบาท


ความคืบหน้าเรื่องนวัตกรรมทางการเงินโดยธนาคาร

นอกจากการสนับสนุนสตาร์ทอัพแล้ว เทรนด์ในปีนี้ก็จะพบเห็นการพัฒนานวัตกรรมของตัวเองโดยกลุ่มธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน U CHOOSE โดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และข่าวการเปิดบริการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน Blockchain (บล็อกเชน) โดยกรุงศรี ซึ่งหากคุณกำลังสนใจในเทคโนโลยีนี้ และกำลังอยากรู้ว่ามันได้พัฒนาไปถึงไหนแล้วก็สามารถติดตามได้ที่บทความ Blockchain (บล็อกเชน) พัฒนาจากเดิมไปแค่ไหน และจะนำมาสู่ Trust Economy ได้จริงหรือไม่

กล่าวโดยภาพรวมแล้วก็นับว่ามีความคึกคักทั้งในส่วนของสตาร์ทอัพเอง และในส่วนของธนาคาร โดยในส่วนธนาคารนั้นก็พบเห็นความคืบหน้าในโครงการต่าง ๆ และการลงทุนสนับสนุนธุรกิจฟินเทคอย่างชัดเจนขึ้นเป็นรูปธรรม สตาร์ทอัพเองก็พบเห็นปรากฏการณ์หลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเคสการระดมทุนและการเข้าซื้อกิจการของ Omise เป็นต้น
 
ที่มาของข่าว: Techsauce
Related Content