บริษัทประกันภัยหวังว่า Insurtech (อินชัวร์เทค) จะสะกิดใจลูกค้าให้ลดพฤติกรรมเสี่ยง


Editorial Team
Date: 24/11/2560
0 Share

บริษัทประกันภัยหวังว่า Insurtech (อินชัวร์เทค) จะสะกิดใจลูกค้าให้ลดพฤติกรรมเสี่ยง 
เมื่อบริษัทประกันไม่ได้รอให้เกิดเหตุด่วนเหตุร้ายแล้วค่อยเข้าถึงลูกค้า แต่เน้นการสะกิดใจให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของตัวเองตั้งแต่ต้น ทิศทางใหม่นี้กำลังได้รับการตอบรับในวงกว้าง และเป็นเทรนด์ที่นักธุรกิจไทยในแวดวง Insurtech (อินชัวร์เทค) ไม่ควรพลาด
 
 
บริษัทประกันภัยหวังว่า Insurtech (อินชัวร์เทค) จะสะกิดใจลูกค้าให้ลดพฤติกรรมเสี่ยงเครดิตภาพ: Insurance Journal
 
บริษัทประกันภัยกำลังพึ่งพาเทคโนโลยีแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยลดการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ไล่ตั้งแต่ระบบแจ้งเตือนโจรสลัดบริเวณใกล้เรือสินค้า ไปจนถึงแอปพลิเคชันที่เสนอตัวซื้อกาแฟให้คนขับรถที่กำลังง่วงบนมอเตอร์เวย์
 
เสน่ห์ของผลิตภัณฑ์ซึ่งหวังว่าจะช่วยประหยัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงนี้ ได้นำไปสู่การลงทุนแบบก้าวกระโดดในด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค) ในทวีปยุโรปกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2017 จากเดิมที่มีมูลค่าเพียง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อนหน้า

งานนี้ตั้งเป้าหมายไว้ที่การเปลี่ยนการประกันภัยจากการซื้อแบบ “ไม่เต็มใจ” คือ บริษัทจะมีโอกาสที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าก็ต่อเมื่อเกิดเรื่องไม่ดีหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้น ให้ไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการ “สะกิด (nudge)” เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้ามีพฤติกรรมที่ปลอดภัยขึ้น

ถึงแนวคิดนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ไปเสียทั้งหมด แต่เทคโนโลยีเองก็กำลังทำให้แนวคิดนี้แพร่หลายมากขึ้น หากแต่ยังถูกเตือนจากผู้ควบคุมกฎระเบียบเกี่ยวกับความเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติ

บริษัทประกันภัยระบุว่า พวกเขาสามารถหาหนทางจัดการกับอันตรายเหล่านั้นด้วยการศึกษาสำรวจเรื่อง Blockchain (บล็อกเชน) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ป้องกันการถูกรบกวนหรือดัดแปลงแก้ไขซึ่งถูกแชร์และอัปเดตกันทั่วเครือข่าย การวิเคราะห์หาแนวโน้มจาก Big Data (ข้อมูลขนาดใหญ่) รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีแบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ซึ่งอยู่เบื้องหลังรถยนต์ไร้คนขับ โดรน และซอฟต์แวร์การจดจำเสียง

นายไซมอน ท็อทแมนน์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยประกันภัยแห่งบริษัทที่ปรึกษา  Accenture ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ กล่าวว่า “เทคโนโลยีใหม่นี้มีศักยภาพในการช่วยพลิกสถานการณ์ (จากการจ่ายค่าสินไหมชดเชยไปสู่การปรับลดความเสี่ยง)”

การลงทุนด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค) นั้นมีกระแสความนิยมขนาดใหญ่ที่สุดอยู่บริเวณเกาะอังกฤษ ถึงแม้ว่าจะมีการลงคะแนนเสียงเพื่อแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป บริษัท Accenture ได้วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากบริษัท CB Insights ว่าการลงทุนด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค) นั้นมีมูลค่าแตะ 279 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะเวลา 6 เดือน หากนับถึงสิ้นเดือนมิถุนายน จากที่มีมูลค่า 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อนหน้า

ส่วนประเทศอื่น ๆ ในทวีปยุโรปนั้น การลงทุนด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค) มีมูลค่ากระโดดไปถึง 134 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมมูลค่า 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และบริษัทประกันภัยบางแห่งกำลังทำความร่วมมือกับบริษัทด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค)

ความเสี่ยง (RISKS)

ความสนใจในการวิเคราะห์สื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) ในอังกฤษ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการเอาประกันภัย ได้จุดชนวนความกังวลด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data security) โดยในปีที่แล้ว Admiral บริษัทประกันภัยรถยนต์สัญชาติอังกฤษจำต้องยกเลิกแผนการที่จะนำข้อมูลจาก Facebook (เฟซบุ๊ก) มาใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัย ซึ่งต่อมาได้รับการปฏิเสธจากทาง Facebook (เฟซบุ๊ก)

องค์กรคุ้มครองสิทธ์ผู้บริโภคเยอรมัน (Federation of German Consumer Organizations-VZBV) มองว่า ความเสี่ยงจากการใช้ Big Data (ข้อมูลขนาดใหญ่) ในด้านการประกันภัยส่วนบุคคลมีมากกว่าประโยชน์ของมัน โดยเกรงว่าการกระทำเช่นนี้จะเปลี่ยนการประกันภัยจากการกระจายความเสี่ยงโดยส่วนรวม ไปเป็นผู้กำหนดบรรทัดฐานทางสังคม

การออกกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปฉบับใหม่ที่จะบังคับใช้ในปี 2018 น่าจะเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่สิทธิ์ผู้บริโภค ตามที่ระบุในร่างหารือที่แถลงโดยคณะกรรมการร่วมของหน่วยงานกำกับดูแลในยุโรป (European Supervisory Authorities-ESAs) ในเดือนธันวาคม ปี 2016 ซึ่งเตือนสถาบันทางการเงินให้คำนึงถึงมิติทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย)

ผู้กำกับดูแลในยุโรปยังกังวลเกี่ยวกับประเด็นการกีดกันทางสังคมและกำลังตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นถูกใช้เพื่อที่จะทำให้เบี้ยประกันภัยสูงเกินไปสำหรับผู้ที่ถูกจัดว่ามีความเสี่ยงสูงหรือไม่

นายแอนดรูวว์ เบรม หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดิจิทัลแห่งบริษัทประกันประกันภัย Aviva ในสหราชอาณาจักรซึ่งคาดว่าจะลงทุนมูลค่า 100 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 136 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าในบริษัทสตาร์ทอัพด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค) ได้กล่าวว่า มีจุดมุ่งหมายเพียงอย่างเดียวสำหรับการลงทุนนี้ คือ เพื่อสนับสนุนการลดพฤติกรรมเสี่ยง

ในหมวดธุรกิจของเรานั้น “เทคโนโลยีสามารถที่จะช่วยให้คนเลือกได้ชาญฉลาดมากขึ้น” นายเบรมกล่าว ซึ่งบริษัทของเขามีสำนักงานที่แปลงสภาพมาจากโรงรถอยู่ในย่าน Silicon Roundabout ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน โดยเน้นทำงานด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค)

แอปพลิเคชันสุขภาพชื่อ Tictrac เพิ่งร่วมมือกับบริษัทประกันภัย Aviva ในปีนี้ โดยทำหน้าที่ติดตามการออกกำลังกาย รูปแบบการนอน และน้ำหนักของพนักงาน ในเรื่องของการดูแลสุขภาพของคนในองค์กร โดยให้เคล็ดลับและกำหนดการท้าทายเพื่อช่วยป้องกันการเริ่มต้นภาวะของการเกิดอาการเจ็บป่วยซึ่งสิ้นเปลืองค่ารักษาพยาบาล

“บริษัทจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลของพนักงานของพวกเขา” นายมาร์ติน ไบลน์เดอร์ ซีอีโอของ Tictrac กล่าว “พวกเขาสามารถเห็นแนวโน้มการใช้งานโดยรวม ๆ แบบนิรนามเท่านั้น”

CLOUD, BLOCKCHAIN, APPS (คลาวด์, บล็อกเชน, แอปฯ)

การลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะอังกฤษปีนี้ได้แก่ การลงทุนของบริษัทประกันภัย Gryphon ซึ่งเน้นกลุ่มลูกค้าผู้ประกันตนภายในประเทศ โดยบริษัท Gryphon กำลังรอผลการอนุมัติจากผู้กำกับดูแล เพื่อจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะกับการใช้ชีวิตตามรสนิยม โดยเป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงและรายได้ ผ่านที่ปรึกษาทางการเงินโดยใช้เทคโนโลยี Cloud (คลาวด์)

อุปกรณ์ที่ติดรถยนต์ชื่อเทเลแมติกส์ (Telematics) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกล่องดำ และช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถตรวจสอบการขับรถยนต์ของลูกค้าและให้รางวัลกับลูกค้าที่มีพฤติกรรมเสี่ยงน้อย ได้ถูกนำมาใช้ระยะหนึ่งแล้ว

นายแอนตัน ออสซิฟ ซีอีโอบริษัท Discovery Insure ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทผู้ให้บริการทางการเงิน Discovery โดยมีฐานอยู่ที่นครโจฮันเนสเบิร์ก  กล่าวว่า การเคลมประกันอุบัติเหตุลดลงกว่าร้อยละ 11 ตั้งแต่ปี 2011 ที่บริษัทเริ่มใช้ข้อมูลการขับขี่รถยนต์ของลูกค้ามาประกอบการประเมินเบี้ยประกัน

นายเคนนี่ เลทช์ ผู้อำนวยการส่วนการประกันภัยในต่างแดนแห่งบริษัทประกันภัยสัญชาติอังกฤษ RSA กล่าวว่า บริษัทได้จ่ายเงินรางวัลเป็นเงินสดเกือบ 2 ล้านปอนด์ให้กับคนขับรุ่นใหม่ที่ขับขี่ด้วยความปลอดภัยและใช้เทเลแมติกส์

บริษัทด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค) กำลังศึกษาการใช้งานเทเลแมติกส์แบบเรียลไทม์ (แบบตอบสนองโดยทันที) เพื่อช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยนายท็อทแมนได้ยกตัวอย่างกรณีที่แอปพลิเคชันอาจจะเสนอซื้อกาแฟให้คนขับรถที่ปั๊มน้ำมันโดยบริษัทประกันเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ หากมีการตรวจพบความเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนเพลียในเสียงของคนขับรถ

บริษัทที่ปรึกษาเอินส์ท แอนด์ ยัง (EY) บริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล Guardtime บริษัทไมโครซอฟท์ และบริษัทการเดินเรือเมอส์ก (Maersk) กำลังสร้างแพลตฟอร์มการประกันภัยการเดินเรือที่ใช้ Blockchain (บล็อกเชน) เป็นครั้งแรกของโลก

“ข้อมูลที่สามารถเข้าถึงและใช้งานร่วมกันได้นั้นสามารถแจ้งเตือนเรือเดินสมุทรเหนือน่านน้ำโซมาเลียที่เข้าใกล้บริเวณที่โจรสลัดเพิ่งปล้นเรือลำอื่นก่อนหน้า” นายฌอน ครอวฟอร์ด หัวหน้าทีม Global Insurance แห่งบริษัทเอินส์ท แอนด์ ยัง กล่าว

บริษัท AXA (แอกซ่า) เองก็มีแผนกลยุทธ์การลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน Insurtech Startups (อินชัวร์เทค สตาร์ทอัพ) และการลงทุนโดยบริษัท Allianz (อลิอันซ์) มูลค่า 430 ล้านยูโร (หรือประมาณ 513 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ก็รวมถึงการลงทุนในบริษัทสัญชาติอเมริกัน Lemonade ที่บริษัทประกันภัยแบบ digital peer-to-peer ซึ่งใช้เทคโนโลยีแบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ Behavioral Economics (เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม)  

ตามการวิเคราะห์ของบริษัท Accenture ซึ่งได้วิเคราะห์ข้อมูลจากบริษัท CB Insights พบว่า สหรัฐฯ ได้ลงทุนด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค) กว่า 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงระหว่างปี 2010-2016 เมื่อเทียบกับการลงทุนมูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และการลงทุนมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในทวีปยุโรป

จากการสำรวจบริษัทประกันภัยมากกว่า 100 บริษัท โดยบริษัทที่ปรึกษา Capgemini ซึ่งเผยแพร่ลงใน World Insurance Report ฉบับรายปี ขององค์กรเอฟม่า (Efma) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า บริษัทประกันภัยกว่าครึ่งมีความต้องการที่จะเป็นพันธมิตรหรือร่วมมือกับบริษัทด้าน Insurtech (อินชัวร์เทค)

นายเมอเร่ย์ เรสเบค หัวหน้าร่วมฝ่าย FinTech (ฟินเทค) ต่างประเทศแห่งบริษัทที่ปรึกษา KPMG กล่าวว่า การรุกคืบเข้าไปในด้านเทคโนโลยีของบริษัทประกันภัยนั้น ส่วนใหญ่แล้วยังเป็นไปเพื่อการดำเนินการเชิงประชาสัมพันธ์ แต่ Insurtech (อินชัวร์เทค) นั้นกำลังกลายมาเป็น “จุดเด่นถาวร” ของตลาดการประกันภัย
 
ที่มา: Insurance Journal
Related Content