นิวยอร์ก เผยตัวสู่การเป็นศูนย์กลางแห่ง Insurtech


Editorial Team
Date: 03/11/2560
0 Share

นิวยอร์ก เผยตัวสู่การเป็นศูนย์กลางแห่ง Insurtech  
การเติบโตของ Insurtech เทคโนโลยีด้านการประกันที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ไม่เว้นแม้แต่มหานครระดับโลกอย่างนิวยอร์กที่กำลังจะผันตัวเป็นศูนย์กลางสำคัญ และนี่คืออีกก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง

เป็นเวลาหลายสิบปีที่ Silicon Valley (ซิลิคอน วัลเลย์) ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งสตาร์ทอัพ แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา เมืองอื่น ๆ นอกจากนี้ก็เริ่มมีความโดดเด่นในด้านสตาร์ทอัพมากขึ้น อย่าง ซีแอตเทิล และบอสตัน ก็มีชื่อเสียงมากขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีทั้งนวัตกรรมและการลงทุนเกิดขึ้นในหลากหลายสาขา ตั้งแต่ Biotech (ไบโอเทค) ไปจนถึง Fintech (ฟินเทค)

ซึ่งบทความนี้อยากจะขอพูดถึงอีกเมืองหนึ่ง นั่นคือ นิวยอร์ก ซึ่งสร้างความแตกต่างด้วยการตั้งตนเป็นศูนย์กลางในด้าน Insurance Technology (เรียกย่อ ๆ ว่า Insurtech) หรือ เทคโนโลยีการประกัน ซึ่งครอบคลุมการประกันหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยทรัพย์สิน ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง ประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพกลุ่ม ประกันชีวิต ประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดย่อม เป็นต้น

แรงสนับสนุนด้าน Insurtech จากบริษัทประกันยักษ์ใหญ่


หนึ่งในส่วนสำคัญของการเติบโตนี้ เกิดจากการที่นิวยอร์กเป็นศูนย์รวมของบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ระดับ ฟอร์จูน 500 หลายบริษัท เช่น AIG, Metlife, Marsh, Chubb/ACE, New York Life, Assurant และ Travelers เป็นต้น และบริษัทใหญ่เหล่านี้ก็มีการนำเสนอโอกาสต่าง ๆ ให้เหล่าสตาร์ทอัพได้ทำพาร์ทเนอร์ชิปร่วมกัน หรือพาคนมากความสามารถได้มาเจอกับผู้ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรม

ตัวอย่างสตาร์ทอัพ


Oscar เป็นตัวอย่างหนึ่งของ Insurtech ในนิวยอร์กที่น่าสนใจ สตาร์ทอัพรายนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดยหวังที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการประกันสุขภาพ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ให้คนทั่วไปรวมถึงบริษัทสามารถเข้าถึงประกันสุขภาพได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ปัจจุบันได้ขยายจากนิวยอร์กไปให้บริการในอีกสามรัฐอื่น ๆ ในอเมริกา และในปี 2016 บริษัทก็มีมูลค่าอยู่ที่ 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐไปเรียบร้อยแล้ว

อีกรายที่น่าสนใจ คือ CoverWallet ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมวงการประกันภัยสำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องการประกันภัยทรัพย์สินและประกันวินาศภัย สำหรับธุรกิจขนาดย่อม โดย CoverWallet มีบริการผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการให้เข้าใจความเสี่ยง เข้าใจวิธีป้องกันความเสี่ยง และทำให้การประกันสำหรับภาคธุรกิจเข้าใจง่ายและเข้าถึงบริการได้ง่ายมากขึ้น เป็นสตาร์ทอัพที่ผสมผสานการให้บริการที่ดีเข้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์

CoverWallet เพิ่งเปิดตัวในปี 2016 แต่ก็ได้รับเสนอชื่อเป็นหนึ่งใน Best Entrepreneurial Companies โดย นิตยสาร Entrepreneur และล่าสุดได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ ‘Starr Companies’ บริษัทด้านการประกันและการลงทุนระดับโลก เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันใหม่ ๆ

สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดย่อม Inaki Berenguer ซีอีโอ ของ CoverWallet ระบุว่า “วงการประกันมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดมาก การหาพาร์ทเนอร์ที่ใช่ และการมีทีมงานที่เป็นคนที่รู้จักวงการนี้เป็นอย่างดี ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากถ้าต้องการจะเป็นบริษัทที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมได้สำเร็จ นอกจากนี้คุณ Hank Greenberg ซีอีโอของ Starr Companies ได้เสริมเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของบริษัทใหญ่ในการร่วมกับ ecosystem (ระบบนิเวศ) ของบริษัทขนาดเล็ก ต้องเกิดจากการที่บริษัทตอบสนองอย่างรวดเร็ว สร้างความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ และด้วยความที่อยู่ในเมืองเดียวกัน มีระยะทางที่ใกล้ ก็ช่วยให้ทุกคนสามารถตอบสนองต่อโอกาสที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว”
 
นิวยอร์ก เผยตัวสู่การเป็นศูนย์กลางแห่ง Insurtech

ทรัพยากรบุคคลเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน


นอกจากเหตุผลที่ว่าที่นิวยอร์กสามารถเข้าถึงบริษัทประกันได้มากแล้วนั้น ที่นี่ยังสร้างความเข้มแข็งในฐานะศูนย์กลางของ Insurtech จากการที่มีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นนักการตลาดที่ช่ำชองเรื่องนวัตกรรม รวมไปถึงคนสายครีเอทีฟที่มีฝีมือ โดยนิวยอร์กเองก็เป็นที่ตั้งของ Madison Avenue ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมโฆษณาที่ปลุกปั้นแบรนด์ต่าง ๆ มามากมาย

สตาร์ทอัพอย่าง CoverWallet ที่ต้องแข่งกับบริษัทที่ใหญ่กว่า อาศัยทรัพยากรบุคคล ทั้งด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ สร้างแพลตฟอร์มที่มี User Experience ที่ดีในแบบที่กลุ่มลูกค้าของบริษัท ซึ่งเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ต่างคาดหวัง

ซีอีโอ Inaki Berenguer กล่าวว่า “อย่างไรการประกันคงไม่สามารถสร้างความโรแมนติกได้เหมือนแฟชั่น ดนตรีหรือภาพยนตร์ แต่พวกเราก็ชอบคิดเรื่องการผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับวิชาชีพนี้”

ไม่เพียงแต่สตาร์ทอัพอย่าง CoverWallet หรือ Oscar เท่านั้นที่ใช้จุดเด่นของนิวยอร์ก แต่ยังรวมไปถึง Aetna บริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ ก็เพิ่งประกาศจะย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่นิวยอร์กในปลายปี 2018 เพื่อจะกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงบริษัทให้ตอบโจทย์ความต้องการในยุคดิจิทัลมากขึ้น

มีความคิดเห็นจาก Daniel Schreiber ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Lemonade สตาร์ทอัพ Insurtech เพิ่มเติมอีกด้วยว่า “การเปิดสตาร์ทอัพในนิวยอร์กอาจจะยากกว่ารัฐอื่น ๆ เพราะมีกฎเกณฑ์กำกับดูแลที่ค่อนข้างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่อยู่ที่นี่ก็เห็นจุดนี้เป็นข้อดีอย่างหนึ่ง “เราตั้งใจเลือกนิวยอร์กเป็นที่แรก นอกจากที่นี่จะเป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินแล้ว พวกเรายังต้องการทำงานหนักร่วมกับกฎหมายและผู้กำกับดูแลของนิวยอร์กซึ่งมีความเข้มงวดที่สุดที่หนึ่ง เราต้องการผลักดันให้ตัวเองได้รับใบอนุญาตที่เข้มงวดที่สุด เราจะได้นำประสบการณ์ไปใช้ขอใบอนุญาตได้ทุกที่ทั่วประเทศ และถึงแม้จะเข้มงวด แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสมอภาคและเปิดรับนวัตกรรมเสมอ”

สรุปคือไม่กี่ปีที่ผ่านมา Insurtech ในนิวยอร์กเติบโตเป็นอย่างมาก และดูเหมือนเทรนด์จะยังคงเป็นขาขึ้น เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมประกันในภาพรวม สตาร์ทอัพด้าน Insurtech ในนิวยอร์กเกิดขึ้นอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านประกันสุขภาพ ประกันธุรกิจ ประกันชีวิต ฯลฯ นอกจากนี้บริษัทเหล่านี้ยังสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองใหม่ ๆ เช่น ประกันแบบ on-demand รวมถึงสร้างเทคโนโลยีหลังบ้านให้กับบริษัทโบรกเกอร์และบริษัทประกันต่าง ๆ ด้วย

กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การสร้างระบบนิเวศน์ให้สมบูรณ์จะต้องอาศัยองค์ประกอบต่าง ๆ ได้แก่ ความร่วมมือระหว่างบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรม และสตาร์ทอัพ รวมทั้งทรัพยากรบุคคลที่จะช่วยให้นวัตกรรมของสตาร์ทอัพตอบโจทย์ความต้องการยุคใหม่ รวมถึงความพร้อมในการปรับตัวของสตาร์ทอัพต่อการเรียนรู้ด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ ซึ่งการผลักดันในระดับเมืองนั้นมักจะเห็นผลได้ชัดเจนกว่าในระดับพื้นที่ เพราะกลุ่มต่าง ๆ ในเมืองเดียวกันมีโอกาสสามารถสร้างความร่วมมือได้อย่างเข้มแข็งกว่า

นอกจากนี้ รู้ไหมว่าในประเทศอื่น ๆ ก็ยังลงความเห็นว่า ประกันภัยยังเป็นสิ่งที่ร้อนแรงที่สุดในธุรกิจฟินเทคในปี 2017 จึงไม่น่าแปลกหากเราจะเห็นธุรกิจทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) มากมายหันมาให้ความสำคัญกับวงการนี้ และน่าจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในอนาคตของผู้คนบนโลกอย่างแน่นอน
Related Content