5 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะถูกแทนที่ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีในอนาคต


Editorial Team
Date: 22/01/2561
0 Share

5 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะถูกแทนที่ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีในอนาคต    
เมื่อ Disruptive Technology หรือเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทรกแซงวิถีแบบเดิม ๆ ก็ดูเหมือนว่าจะมีธุรกิจและอุตสาหกรรมหลายประเภทถูกผลกระทบให้ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองตามไปด้วย มาดูกันว่า 5 อุตสาหกรรมที่ได้รับผลเด่นชัดคืออะไร แม้คุณจะไม่ได้อยู่ในวงการนั้น ๆ แต่เชื่อเถอะว่าจะได้ไอเดียดี ๆ และมองเห็นเทรนด์สำคัญที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และจะส่งผลต่ออนาคตอย่างแน่นอน
 
  
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายเทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนจะปูทางให้เราได้ขยับเข้าใกล้โลกอนาคตมากขึ้นอีกนิด แต่ขณะเดียวกันหลาย ๆ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมากมายกลับกลายเป็นการแทรกแซงเทคโนโลยีเดิมที่เคยมี เคยใช้ และเคยเป็นที่นิยม จนกลายเป็นคำจำกัดความที่เรียกว่า Disruptive Technology (เทคโนโลยีที่เข้ามาแทรกแซงหรือขัดจังหวะของเดิม) เขย่าวงการและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนยุคปัจจุบันให้ต่างไป เลือกซื้อและมองหาบริการใหม่ ๆ สั่นคลอนบัลลังก์เจ้าตลาดหลายราย แล้วในปี 2017 ที่ผ่านมา มีวงการและอุตสาหกรรมใดบ้างที่ได้รับผลกระทบ และมีการปรับตัวเพื่ออยู่รอดอย่างไร เราอยากให้คุณเข้ามามองใกล้ ๆ ไปด้วยกัน

1. Mobile Banking ธนาคารและการปรับตัวครั้งใหญ่
 
5 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะถูกแทนที่ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีในอนาคต

หมดยุคแล้วกับการเสียค่าธรรมเนียมในการโอนเงินผ่านตู้ ATM หรือต้องรอเป็นวันกว่ายอดโอนจากเช็คจะเสร็จสมบูรณ์ ไม่ต้องเสียเวลาและค่ารถเพื่อไปติดต่อโอนและจ่ายเงินที่ธนาคารอีกแล้ว เพราะ Mobile Banking หรือการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือกลายเป็นวิถีชีวิตที่คุ้นเคยดีสำหรับคนยุคใหม่ ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุที่ยังมีหัวใจวัยรุ่นก็หันมาเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากมันมากขึ้น

หลายธนาคารรู้ดีว่าบริการแบบดั้งเดิมของพวกเขา ไม่สามารถตอบสนองลูกค้าในยุคปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบายได้เพียงพออีกต่อไปแล้ว การถูกแทรกแซงจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมทั้งกระแส Cashless Society (สังคมไร้เงินสด) และ Cardless Transactions (การโอนโดยไม่ใช้เงินสด) กลายเป็นสิ่งที่หลายธนาคารต้องเลือกระหว่างจะเป็น “คู่แข่ง” หรือจะใช้เป็น “ช่องทางใหม่” ที่ทำให้ธนาคารยังอยู่ในใจผู้บริโภคต่อไปได้

เช่น ธนาคารกรุงศรีที่นำเสนอแอปฯ KMA ให้ผู้ใช้บัญชีทุกคนโหลดมาใช้คู่กัน รวมทั้งนำเสนอบริการ รวมทั้งความพร้อมที่ Transform ตนเองให้ก้าวสู่ Digital Payment เรียกได้ว่าพลิกเกมให้ Disruptive Technology ที่หลายคนกังวล ให้เป็นส่วนเสริมความแข็งแกร่งและบริการแทน

ไม่ใช่แค่ในวงการธนาคารไทย หลายบริษัทในต่างประเทศก็ตื่นตัวไม่แพ้กัน โดย inc เว็บไซต์ของนิตยสารรายสัปดาห์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขนาดเล็กและ Startup (สตาร์ทอัพ) ยังบอกไว้ว่า ถ้าเมินเฉยต่อไป ผู้คนอาจมองข้ามความสำคัญของธนาคาร และอาจนำไปสู่ยุค Bankless (ไม่มีธนาคาร) ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะเมื่อไหร่เท่านั้น บริษัท Startup (สตาร์ทอัพ) ด้าน Mobile Banking อย่าง GoBank, Moven และ Simple เองต่างพยายามแข่งกันให้บริการที่สะดวกและความคุ้มค่าผ่านนวัตกรรมที่พวกเขามี พูดได้เลยว่าธนาคารแบบดั้งเดิมจะอยู่ยาก มีเพียงธนาคารที่พยายามปรับตัวและนำเสนอตัวเองให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ต่างหากที่จะยืนหยัดต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง

2. Live sports เมื่อเราดูกีฬาสดได้ทางออนไลน์
 
5 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะถูกแทนที่ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีในอนาคตCredit: windowsreport

แม้ในต่างประเทศ Netflix, Hulu และ Amazon Prime ถือว่าฮิตสุด ๆ แต่เทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังมาแรงจะแซงหน้าพวกเขา ก็คือ Live Sports (การถ่ายทอดกีฬาแบบสด ๆ ซึ่งกระทบแน่นอนต่อระบบจ่ายค่าสมาชิกของเว็บให้บริการดูหนังและรายการ และระบบจ่ายรายเดือนของช่องเคเบิ้ล) แน่นอนว่าในหลายกรณี มันยังไม่ถูกกฎหมายเสียทีเดียวหรอก แม้ว่าคุณจะยอมจ่ายเงินก็ตาม เพราะข้อตกลงระหว่างลีกกีฬาต่าง ๆ และเครือข่ายโทรทัศน์นั้นเหนียวแน่นก่อนจะมีระบบ Live Streaming เข้ามาแทรกแซง

แต่ก็ยังไม่หมดหวัง เพราะในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา The Wall Street Journal รายงานว่า Amazon ได้เปิดโต๊ะเจรจากับลีกกีฬาระดับบิ๊กหลายแห่งเกี่ยวกับขอสิทธิ์ในการแพร่ภาพ หรืออย่างก่อนหน้านั้นไม่กี่สัปดาห์ ทีมดังอย่าง A.C. Milan ก็ได้ตกลงเซ็นสัญญากับ Sportle ซึ่งเป็น Startup (สตาร์ทอัพ) ในการถ่ายทอดกีฬาผ่าน Streaming และปีก่อนหน้านั้นพี่ใหญ่อย่าง Twitter ก็พยายามถ่ายทอดกีฬาแบบสด ๆ กับเขาเหมือนกัน แน่นอนพวกช่องเคเบิ้ลใหญ่ ๆ นั้นไม่ชอบใจหรอก แต่ลีกและทีมกีฬาดัง ๆ ก็อยากโปรโมทตัวเองผ่านช่องทางเหล่านี้กันทั้งนั้น

3. Real Estate อสังหาริมทรัพย์ที่แข่งด้วยความเร็ว
 
5 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะถูกแทนที่ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีในอนาคตCredit: opendoor

ว่ากันว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2016 นักลงทุนมากมายทุ่มเงินถึง 1.8 พันล้านลงให้กับการทำ Real Estate Tech Startups (สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสำหรับอสังหาริมทรัพย์) ซึ่งสูงถึง 85% จากปีก่อนหน้า ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการบริหารโครงการ แพลตฟอร์มต่าง ๆ ไปจนถึงการทำเครื่องมือสำหรับผู้กู้ยืมและนายหน้าต่าง ๆ แต่เรารู้กันดีว่า การลงทุนมีความเสี่ยง เมื่อ Opendoor ซึ่งเป็น Startup (สตาร์ทอัพ) จากซานฟรานซิสโกใช้ที่ตั้ง ราคาและปัจจัยอื่น ๆ ในการคำนวณราคาบ้านและยื่นข้อเสนอ ถ้าผู้ขายตกลง พวกเขาจะได้รับการจ่ายเงินทันที! บ้านจะถูกเก็บไว้ หลังจากนั้น บริษัทจะสำรวจและตรวจสอบก่อนจะส่งบ้านกลับเข้าสู่ตลาดให้ผู้ซื้อต่อ ด้วยระบบนี้ทำให้พวกเขาขายบ้านได้อย่างรวดเร็วและเป็นล่ำเป็นสัน กว่าการขายบ้านระบบเก่าที่ต้องใช้เวลาถึง 70 วันกว่าจะจบกระบวนการ แม้ Opendoor จะใช้เวลาถึง 90 วันแต่ผู้ขายก็ได้รับเงินเร็วกว่ากันเยอะ พวกเขาใช้ Machine Learning เข้ามาช่วย ทำให้ลดขั้นตอนไปได้มาก และจะกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของนักลงทุนประเภทซื้อมาเพื่อขายต่อและเหล่านายหน้าค้าบ้านแน่นอน

4. Energy พลังงานจากแหล่งใหม่ที่ยั่งยืนกว่า
 
5 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะถูกแทนที่ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีในอนาคต
แม้ว่าพลังงานถึง 86% ของอเมริกาจะมาจากถ่านหิน ก๊าซและโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ แต่ในปี 2017 ก็มีเสียงบอกกันว่า ทิศทางของแหล่งพลังงานจะเปลี่ยนไปอย่างมาก จากรายงานฉบับใหม่ของ World Economic Forum ลมและพลังงานแสงอาทิตย์กลับมีต้นทุนต่ำกว่าพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล ใน 30 ประเทศ โดยมี 2 ใน 3 ประเทศในโลกที่คาดหวังว่าจะทำสำเร็จในอีกหลายปีข้างหน้า ราคาที่ไม่สูงแถมยังคงที่กลายเป็นเหตุผลให้ Google มุ่งหน้าหาแหล่งพลังงานใหม่ในปี 2017 ที่ผ่านมา

ในขณะที่ Apple และ Facebook ก็มุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายนั้นเช่นกัน Michael Drexler หัวหน้าฝ่ายสาธารณูปโภคและการลงทุนเพื่อการพัฒนา แห่ง World Economic Forum ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Quartz ว่า พลังงานทดแทนมาถึงจุดที่กำลังกลายเป็นกระแส ไม่ใช่แค่ในเชิงพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโอกาสในการลงทุนในระยะยาว มั่นคง และผลตอบแทนที่ได้รับการคุ้มครองจากอัตราเงินเฟ้อด้วย”

5. Athletic Equipment มิติใหม่ของอุปกรณ์กีฬา
 
5 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะถูกแทนที่ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีในอนาคตCredit: inc

เสื้อกีฬา กางเกงหรือแม้กระทั่งถุงเท้า มีนวัตกรรมมากมายมารองรับ แต่อุปกรณ์ที่ป้องกันศีรษะของนักกีฬาดูเหมือนจะนึกไม่ออกเลยใช่ไหม ด้วยความเสี่ยงจากการกระทบกระแทกขณะเล่นกีฬาบางประเภท เช่น อเมริกันฟุตบอล หรือลาครอส (คนไทยอาจไม่คุ้น แต่บอกเลยว่าเป็นกีฬาที่เติบโตเร็วมากในแดนลุงแซม ต้องใช้ไม้ตะกร้อคล้ายไม้สอยมะม่วงในการทำแต้ม และสามารถตีคู่แข่งได้ทุกส่วนของร่างกาย) กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจของอุปกรณ์กีฬา โดยเฉพาะ Vicis ซึ่งเป็นStartup (สตาร์ทอัพ) จากซีแอตเทิล ที่ออกแบบและผลิตหมวกกันน็อคช่วยลดความเสี่ยงจากการกระทบ เพราะมีผิวภายนอกที่สามารถงอและยืดหยุ่นได้มากกว่าปกติ ทำให้ลดแรงกระแทก ทำให้การระดมทุนครั้งแรกก็ได้รับเงินถึง 10 ล้านเหรียญ รวมทั้ง 500,000 เหรียญจาก NFL ด้วย แถมยังได้รับเสียงตอบรับดีมากจากวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มีนักเรียนเป็นนักกีฬาในสังกัด

จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ มากมาย ไม่ได้เริ่มต้นจากแค่ความล้ำเท่านั้น แต่มาจากความพยายามในการจะแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน ทำให้สินค้าและบริการเหล่านั้นกลายเป็นที่ต้องการ และครองใจผู้คนได้อย่างง่ายดาย แม้หลายกรณีที่เรายกมาจะไม่ใช่เรื่องราวในประเทศไทย แต่เชื่อว่า ถึงตอนนี้คุณน่าจะเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และความสำคัญในการปรับตัว เพื่อให้เราเตรียมพร้อมต่อทุกการแทรกแซงและเดินหน้าต่อไปได้ไม่กังวล
  
ที่มาข้อมูล : inc
Related Content