ทำอย่างไรให้ Fintech Startup ขยับจากซีรีส์เริ่มต้น ใน Funding Stage ไปสู่การเป็น Unicorn ในอนาคต


Editorial Team
Date: 22/11/2560
0 Share

fintech start up fundding stage unicorn
 
เมื่อเริ่มต้นเข้าสู่วงการสตาร์ทอัพ ทุกคนก็หวังว่าตนเองจะสามารถเติบโตและดึงดูดใจให้เหล่านักลงทุนทั้งหลายเข้ามาร่วมสนับสนุน ก้าวผ่านซีรีส์ต่าง ๆ จนอาจจะไปถึงระดับ “ยูนิคอร์น” ได้สำเร็จสักวัน แต่จะต้องทำอย่างไรเพื่อไปถึงจุดนั้น เริ่มต้นเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ ไม่แน่คุณอาจได้เป็น “ยูนิคอร์น” รายล่าสุดของวงการ Fintech Startup (ฟินเทค สตาร์ทอัพ) ไทย

ไม่นานมานี้ มีกระแสยูนิคอร์นที่มาพร้อมกับสีสันเฉดพาสเทลอ่อนหวานละมุนโดนใจสาวหลายคน แต่สำหรับวงการสตาร์ทอัพแล้ว การได้เป็นยูนิคอร์นถือเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติมากที่สุด “ยูนิคอร์น” ในวงการนี้ไม่ได้มีความน่ารักน่าชังอย่างที่ใครหลายคนคิด เพราะกว่าจะได้ฉายานี้มา เหล่าสตาร์ทอัพต้องฝ่าฟัน คิด วิเคราะห์ หาจุดเด่น และนำเสนอให้ถูกใจผู้ใช้ ถือว่าเป็นฉายาที่ได้มาอย่างยากลำบากเลยล่ะค่ะ ข้อดีของการเป็นยูนิคอร์น คือ หลักประกันว่าธุรกิจสตาร์ทอัพของคุณน่าสนใจ และมีทิศทางประสบความสำเร็จ ทำให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุน รวมถึงเหล่า Angel Investor ที่พร้อมสนับสนุนงบให้คุณนำไปลองสร้างธุรกิจให้สำเร็จ เพราะคำคำนี้หมายถึง สตาร์ทอัพที่มีรายได้เกินพันล้านบาทขึ้นไปนั่นเอง ลองมาดูเส้นทางสู่การเป็นยูนิคอร์นกันค่ะ

แก้ปัญหาถูกจุด เตรียมตัวให้พร้อม

สตาร์ทอัพที่โดนใจคนล้วนเกิดจากการแก้ปัญหาบางอย่างที่ผู้คนคุ้นเคยให้ถูกจุด คุณในฐานะเจ้าของสตาร์ทอัพจะต้องมีแรงใจที่อยากจะแก้ปัญหานั้นและรีบทดลองแนวคิดให้เกิดขึ้นจริง แน่นอนว่าประเภทของธุรกิจมีหลากหลายแบบ แต่แบบที่รองรับผู้ใช้งานระดับมวลชน (Mass Users) มีแนวโน้มจะเติบโตได้เร็วกว่า ยิ่งพอจำนวนคนเยอะแล้ว ทางสตาร์ทอัพก็ต้องยิ่งทำการบ้านว่า รูปแบบธุรกิจแบบไหนจะโดนใจคนหมู่มากที่สุด

จากเว็บไซต์ startups.co.uk เคยแนะนำว่า ประมาณ 77% ของยูนิคอร์นหน้าใหม่ จะมุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าของตนเองมากกว่าการทำธุรกิจแบบ B2B หรือเข้าหากลุ่มธุรกิจด้วยกัน จากนั้นต้องรวมทีมขึ้นมาด้วยการหานักเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เช่น ด้านการเงิน ด้าน Fintech (ฟินเทค) และด้านการออกแบบ ดูแลแต่ละด้านให้สมบูรณ์ที่สุด เพราะถ้าไอเดียเราเจ๋งจริง แต่มาตกม้าตายตอนการใช้งาน UX (User Experience) และ UI (User Interface) ก็ไม่มีใครใช้แอปฯ หรือธุรกิจของเรานั่นเอง

ที่สำคัญอีกอย่าง คือ ต้องเตรียมใจเลยว่าการจะเป็นยูนิคอร์นไม่ได้เหมือนในการ์ตูนที่แค่มีนางฟ้ามาตวัดไม้กายสิทธิ์แล้วสิ่งดี ๆ ก็เกิดขึ้น เพราะกว่าเราจะตั้งไข่ธุรกิจ จนดำเนินการให้ผู้ใช้เชื่อถือแล้ว ก็ต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งเลยทีเดียว เว็บไซต์ startups.co.uk ยังบอกอีกว่า ยูนิคอร์นฝั่งยุโรปโดยทั่วไปในช่วงปี 2015 มีอายุแค่ 9 ปีเท่านั้น โดย 57% เป็นผู้ก่อตั้งรุ่นใหม่อายุประมาณ 30-40 ปี และน้อยกว่า 23% มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ในขณะที่มีเพียง 19% ที่ก่อตั้งโดยคนอายุ 40 ปีขึ้นไป นั่นแปลว่า อายุและความคิดในช่วงวัยต่าง ๆ ก็มีผลเช่นกัน
 
fintech start up fundding stage unicorn

ต้อนรับเหล่านางฟ้านักลงทุน

เมื่อเซตทีมของคุณจนแข็งแรงแล้ว อย่าลืมรักษาพวกเขาไว้ให้นาน ๆ มีบริษัทยูนิคอร์นถึง 87% ที่อย่างน้อยจะมีผู้บริหารรุ่นบุกเบิกเหลืออยู่อย่างน้อยหนึ่งคน การดูแลรักษาทรัพยากรบุคคลให้มีใจรักและสู้ไปกับคุณ จึงควรเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นหรือซีรีส์แรก ๆ ซึ่งคนเหล่านี้แหละที่จะช่วยให้คุณขยับไปสู่ซีรีส์ถัดไปได้

ในส่วนของเป้าหมาย จงตั้งเป้าให้ตัวเอง “ต้องหาเงินทุนให้ได้กว่า 100 ล้านเหรียญ” ให้ได้ แม้จะดูไกลเกินฝันไปหน่อย แต่ความจริงก็คือ ถ้าคุณตั้งเป้าหมายไว้ มันจะดึงดูดให้คุณวิ่งเข้าหาเส้นชัยนั้นจนเจอ หลังจากทำ Prototype (ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ) ที่น่าเชื่อถือ น่าสนใจ ดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้เกิดความต้องการในผลิตภัณฑ์ของเรา ให้เขาเกิดความรู้สึกว่า “อยากใช้” ผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา “เดี๋ยวนี้” แล้วคุณต้องไม่ลืมองค์ประกอบสำคัญ นั่นคือการหา “นักลงทุน” ใจดีที่มีเงินสนับสนุนทำให้ฝันของเราเป็นจริง รู้ไหมว่า ยูนิคอร์นฝั่งยุโรปถึง 37% หาเงินจากนักลงทุน 5-8 รายเลยทีเดียว มีเพียงไม่กี่รายที่มีนักลงทุนแค่ 2 รายเท่านั้น

ในประเทศไทยยังมีกองทุนดี ๆ เช่น Krungsri Finnovate ที่ไม่แค่ใจป้ำให้เงินเท่านั้น แต่ยังมีผู้เชี่ยวชาญและโค้ชคอยเทรนและแลกเปลี่ยนข้อมูลในแง่มุมต่าง ๆ อีกด้วย โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมลงทุนใน Fintech Startup (สตาร์ทอัพแนวฟินเทค) ระดับเอ หรือเคยร่วมงานกับทางธนาคาร ไม่ว่าจะผ่านโครงการ Krungsri RISE หรือโครงการสตาร์ทอัพต่าง ๆ เมื่อเราได้ไอเดียที่รอบด้านมากขึ้น ได้พบกับคนจากหลากหลายวงการ ก็ทำให้เราสามารถพัฒนาธุรกิจได้อย่างรอบคอบ และตอบโจทย์ผู้ใช้ตรงจุดมากขึ้นนั่นเอง หากมีโอกาสก็ควรพาทีมไปร่วมเวทีโชว์เคสหรือแข่งประกวดสตาร์ทอัพ เพราะถือเป็นการแนะนำตัวธุรกิจของเรากลาย ๆ เผื่อมีนักลงทุนที่มองเห็นจุดแข็งของธุรกิจของเรา ก็จะได้มีการติดต่อเพิ่มเติม หรือถ้าหากได้รางวัล ก็ถือเป็นการยิงนกครั้งเดียวได้ถึงสองตัวเลยนะคะ

หนึ่งในตัวอย่างที่ดีคือ Minicorn Club งานรวมโชว์เคสบริษัทที่โดดเด่นและมีหวังจะได้เป็นยูนิคอร์น ซึ่งจะจัดขึ้นภายในงานใหญ่อย่าง PayExpo Europe 2018 งานนี้ Minicorn Club ได้ประกาศตัวเป็น Hub ศูนย์กลางเครือข่ายระหว่างนักลงทุน นวัตกรและเหล่าสตาร์ทอัพในวงการ Fintech (ฟินเทค) ที่มีเป้าหมายและศักยภาพที่จะเป็นยูนิคอร์นได้

เป็นยูนิคอร์นอย่างเต็มภาคภูมิ

หลังจากที่เราได้รับเงินสนับสนุนจากนักลงทุนหลาย ๆ รายแล้ว จงพยายามทำธุรกิจให้ก้าวไปสู่ระดับโลก เว็บไซต์ blog.symbid.com ได้ยกตัวอย่างว่า สตาร์ทอัพฝั่งยุโรปหลายรายก็พยายามไปเกิดในสหรัฐอเมริกา ด้วยความที่วัฒนธรรมและขนาดของตลาดนั้นใกล้เคียงกัน อาจต้องให้พาร์ตเนอร์ในท้องถิ่นนั้น ๆ ช่วยกระจายต่อ และขยายฐานทางการตลาดและสร้างคอนเน็กชัน จนธุรกิจของเรามีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ธุรกิจของเราก็จะได้รับการขนานนามในโลกสตาร์ทอัพว่าเป็นยูนิคอร์นนั่นเอง

ขอแถมเคล็ดลับเพิ่มเติมที่จะทำให้ทีมคุณได้เป็นยูนิคอร์นเร็วขึ้น คือ การศึกษาข้อมูลทั้งจากทางผู้ใช้ โดยเฉพาะผู้ใช้จริง ศึกษาคู่แข่ง ศึกษารูปแบบตลาดและการใช้งาน รวมถึงการรับฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในหลาย ๆ มุมมองค่ะ
Related Content