ทำความรู้จัก KYC ชื่อนี้สำคัญแค่ไหนสำหรับธุรกิจธนาคาร


Wilas Chamlertwat
Date: 20/11/2560
0 Share

finnovate-blog-get-to-know-KYC-buy-why-it-important-for-banking
 
เรียนรู้ความหมายของกระบวนการ KYC และการปรับใช้ Fintech (ฟินเทค) ที่ไม่ได้ให้แค่ความสะดวกสบาย แต่ยังสร้างความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินในยุคนี้ด้วย

ในแวดวงการเงินการธนาคาร หลายคนอาจเคยได้ยินคำศัพท์คำว่า KYC (Know Your Customer : KYC) อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหมายถึง กระบวนการการรู้จักลูกค้าที่สามารถระบุตัวตน (Identification) และพิสูจน์ตัวตน (Verification) ได้อย่างถูกต้อง เรื่องนี้จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะการเปิดบัญชีธนาคารหรือการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผู้ใช้ต้องเปิดเผยข้อมูลและผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงในข้อมูลของลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) เพื่อเป็นการยืนยันและป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการโจรกรรม และวิธีการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าระบบที่มักเห็นกันบ่อยมากที่สุด คือ การใช้รหัสผ่าน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงสูงอยู่ดีหากรหัสผ่านถูกขโมยไป

Fintech กับ KYC

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในวงการการเงินเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับกระบวนการ KYC อยู่หลายรูปแบบด้วยกัน อาทิ
  • Biometric Authentication: คือ การเข้าระบบผ่านการยืนยันตัวตนโดยอาศัยข้อมูลทางชีวมิติ อาทิเช่น ลายนิ้วมือ ม่านตา การจดจำใบหน้า กรณีศึกษาที่น่าสนใจ อย่างธนาคาร TPBank ที่เวียดนามเล็งเห็นว่า ยังมีคนจำนวนมากที่ต้องการใช้บริการของทางธนาคารนอกเวลาทำการ ซึ่งบางธุรกรรมเดิมต้องเจอเจ้าหน้าที่เท่านั้นถึงจะทำได้ ได้แก่ การสมัครสินเชื่อควบคู่กับการยื่นเอกสาร เป็นต้น ดังนั้น TPBank จึงเปิดบริการ TPBank’s LiveBank ขึ้นมา เป็นตู้ให้บริการอัตโนมัติ และกระบวนการในการยืนยันตัวตนลูกค้านั้น ใช้การสแกนลายนิ้วมือนั่นเอง
  • Digital ID verification: อีกหนึ่งรูปแบบที่เราเริ่มเห็นการนำมาใช้ คือ การยืนยันตัวตนโดยอาศัยการถ่ายภาพหนังสือเดินทาง (Passport) บัตรประชาชนหรือแม้กระทั่งบัตรเครดิตโดยตรง แทนที่ทางธนาคารจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยถามหาเอกสารผ่านทางอีเมล แฟกซ์ หรือถ่ายเอกสารแล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่โดยตรง ซึ่งไม่สะดวกต่อผู้ใช้และอาจเกิดจากความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล
  • Geolocation and Identity Verification: เป็นอีกก้าวของการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ โดยนำเรื่องของสถานที่ของผู้ทำธุรกรรมนั้น ๆ เข้ามาตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งของโมบายแอปฯ ว่าอยู่ที่บริเวณนั้นและทำธุรกรรมจริง ๆ
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดการนำเทคโนโลยีอื่น ๆ มาประยุกต์ใช้กับธนาคารเพื่อเก็บข้อมูลของลูกค้าบนเครือข่าย Blockchain (บล็อกเชน) เพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น และลูกค้าแต่ละรายไม่ต้องทำการระบุตัวตนแยกแต่ละธนาคารอีกต่อไป เพื่อความเข้าใจลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในวิดีโอนี้
 

จะเห็นได้ว่ากระบวนการด้าน KYC นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับวงการธุรกิจธนาคาร และยังต้องการโซลูชั่นที่ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
ในขณะที่ฟากของ Fintech Startup (ฟินเทค สตาร์ทอัพ) ก็ใช่ว่าจะมีแต่โมเดลการทำโซลูชั่นเพื่อเสนอให้กับกลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีโมเดลธุรกิจในรูปแบบของ B2B ที่นำเสนอโซลูชั่นให้กับธนาคารได้อีก ดังนั้นเราจึงมักเห็นสตาร์ทอัพในต่างประเทศหลายราย เริ่มต้นพัฒนาโซลูชั่นจากปัญหาที่ว่ากระบวนการทำ KYC ทุกวันนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย และทำให้ประสบการณ์ลูกค้าดีขึ้นได้อย่างไร จึงเป็นที่มาของกลุ่ม Fintech Startup (ฟินเทค สตาร์ทอัพ) ที่เน้นเจาะพัฒนาโซลูชั่นเฉพาะด้าน KYC ให้กับธนาคารโดยตรง
Related Content