เตรียมตัวอย่างไร เมื่อ SME วางแผนขยายตัว กับ CFO หนุ่มรุ่นใหม่ ปอม- ชนินทร์ อรัญวัฒน์ แห่ง Rabbit Digital Group


Editorial Team
Date: 24/08/2560
0 Share

คุณปอม- ชนินทร์ อรัญวัฒน์ Chief Financial Officer (CFO) บริษัท Rabbit Digital Group
คุณปอม- ชนินทร์ อรัญวัฒน์
Chief Financial Officer (CFO) บริษัท Rabbit Digital Group
 
เตรียม SME ให้พร้อมเติบโต ด้วยมุมมองเรื่องเงินเป็นเรื่องง่ายในยุคดิจิทัล แบบ ปอม-ชนินทร์ อรัญวัฒน์ CFO แห่ง Rabbit Digital Group

ไม่ว่าธุรกิจไหน การเงินและบัญชีซึ่งเป็นเหมือนฟันเฟืองที่คอยขับเคลื่อนให้ธุรกิจดำเนินไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง คือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการจัดการด้านอื่น ๆ

สำหรับ คุณปอม- ชนินทร์ อรัญวัฒน์ Chief Financial Officer (CFO) แห่ง Rabbit Digital Group ดิจิทัลเอเจนซี่สัญชาติไทยที่เติบโตจากการเป็น SME และมีแนวโน้มจะขยายตัวในอนาคต เขามีแนวคิดว่า การเงินและตัวเลขคือหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ และการเข้ามาของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลนั้นมาพร้อมเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารเงินเป็นเรื่องง่ายขึ้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจ SME ต่าง ๆ สามารถบริหารจัดการการเงินได้สะดวกกว่าเคย และเตรียมพร้อมที่จะขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้วในฐานะหนึ่งในผู้นำของชาวกระต่าย คุณชนินทร์ลงมือทำตามแนวคิดที่ว่านี้อย่างไร ไปฟังกัน
 
เตรียมตัวอย่างไร เมื่อ SME วางแผนขยายตัว กับ CFO หนุ่มรุ่นใหม่  ปอม- ชนินทร์ อรัญวัฒน์ แห่ง Rabbit Digital Group
 
ลดขั้นตอนการทำงานด้วย Workbook โปรแกรมจัดการงาน เงิน คน ได้ในที่เดียว

จากการเริ่มต้นด้วยพนักงานรุ่นแรกแค่ 10 กว่าคน จนปัจจุบันโพรงกระต่ายแห่งนี้มีพนักงานร้อยกว่าชีวิต ทำให้ต้องจัดระบบใหม่เพื่อรองรับการขยายตัว คุณชนินทร์เล่าว่า ตอนนี้ Rabbit Digital Group มีการนำโปรแกรม Workbook เข้ามาใช้งาน ซึ่งเป็นโปรแกรม ERP (Enterprise Resource Planning) หรือโปรแกรมบริหารทรัพยากรภายในบริษัท ทั้งในด้านคน งาน และเงิน จะรวมศูนย์อยู่ที่เดียวทั้งหมด เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่สามารถเชื่อมต่อการทำงานตั้งแต่การจัดการ Lead จนถึงปิดงบการเงิน ทำให้เห็นภาพรวมและสถานะทางการเงินของบริษัทในเครือได้ทั้งหมด

“Workbook เป็นโปรแกรมที่ออกแบบเพื่อใช้ในบริษัทเอเจนซี่โฆษณาทั่วไปอยู่แล้วครับ จากเดิมที่เราเคยใช้กระดาษ จะเห็นว่ามีความยุ่งยากกว่า เช่น การเบิกเงินค่าเดินทางของพนักงาน เบิกบิลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในบริษัท ตอนจะส่งให้หัวหน้าเซ็นอนุมัติ ต้องมีการเดินเอกสารไปแต่ละแผนก แต่ถ้าเจ้านายไม่อยู่ก็ต้องรอให้เจ้านายกลับมา ในขณะที่ Workbook สามารถอนุมัติผ่านทางออนไลน์ได้เลย อีกอย่างคือ ถ้าเป็นกระดาษ เราต้องคีย์ข้อมูลลงโปรแกรมใส่ Excel หรือทำรีพอร์ตอีกรอบอยู่ดี แต่ถ้าอยู่ใน Workbook ตั้งแต่ต้น ข้อมูลต่าง ๆ จะสามารถต่อตรงไปยังโปรแกรมบัญชีได้ทันที ฝ่ายบัญชีเองก็สามารถดึงข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ต่อได้ ทำให้ลดขั้นตอนการทำงานและประหยัดเวลาไปได้เยอะ”
 
เตรียมตัวอย่างไร เมื่อ SME วางแผนขยายตัว กับ CFO หนุ่มรุ่นใหม่  ปอม- ชนินทร์ อรัญวัฒน์ แห่ง Rabbit Digital Group
 
เปลี่ยนแปลงอย่างมีกลยุทธ์ ให้พนักงานพร้อมปรับตัว

แม้จะเป็นบริษัทที่มีความคิดพื้นฐานทางด้านดิจิทัลเป็นทุนเดิม แต่การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่พนักงานไม่คุ้นเคยเข้ามาบริหารจัดการ โดยเฉพาะด้านการเงิน ก็จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจ รวมทั้งให้เวลาพนักงานเปิดรับและปรับตัวเช่นกัน

“ช่วงแรกที่นำโปรแกรม Workbook เข้ามา เรามีการจัดเทรนนิ่งการใช้งานให้พนักงานหลายรอบ ข้อเสียในระยะแรกคือ ต้องมีการเรียนรู้โปรแกรม แต่ก็ไม่ได้ใช้ยากนะ เพียงแต่ทุกคนคงต้องปรับตัว ในฐานะผู้บริหาร เราต้องสร้างความเข้าใจด้วยการทำให้พนักงานเกิดความเชื่อและมองเห็นเป้าหมายเดียวกัน เช่น เราอยากให้บริษัทโตไปข้างหน้านะ เราอยากให้บริษัทขยายใหญ่ขึ้น การนำโปรแกรมนี้มาใช้ คุณอาจคิดว่ายุ่งยากต่อการทำงาน แต่จริง ๆ แล้วในระยะยาว มันช่วยให้เราไปข้างหน้าได้ดีขึ้น มั่นคงขึ้น ช่วยลดเวลาในการทำงานของคุณให้น้อยลง ความผิดพลาดในเรื่องตัวเลขลดลง อีกข้อดีที่สำคัญของ Workbook คือ ทำให้ทุกคนรู้ว่าปัจจุบันเรากำลังทำงานอะไรอยู่และมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน เช่น ขณะกำลังทำโปรเจกต์ รู้ไหมว่าในหนึ่งวัน เราทำงานนี้กี่ชั่วโมง รู้ตัวไหมว่าสิ่งที่เราทำ เราได้พัฒนาตัวเองหรือเปล่า สามารถใช้เวลาทำงานแต่ละชิ้นให้น้อยลงโดยที่ผลงานยังมีประสิทธิภาพอยู่ไหม ฯลฯ เมื่อพนักงานเห็นภาพใหญ่เป็นภาพเดียวกัน รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่จะตอบเป้าหมายที่ทุกคนมองไว้ การปรับตัวและเปิดรับก็จะง่ายขึ้น”
 
เลือกธนาคารที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุด

ตั้งแต่ธุรกิจเริ่มต้นจนถึงขั้นเติบโต การเลือกธนาคารเพื่อรองรับการจัดการและบริหารด้านการเงินของบริษัทเป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ คุณชนินทร์ไม่ได้มีสูตรสำเร็จในการเลือกแค่ด้านใดด้านเดียว เขามองจากหลายมุม

“หากเป็นด้านการเงินและไฟแนนซ์ ปกติผมจะพยายามเลือกแบงก์ที่มองว่าเราเป็นพาร์ทเนอร์กัน เช่น เวลากู้เงิน ปกติจะมีเงินกู้ประเภท Overdraft (OD) คือ นอกจากการถอนเงินในบัญชีได้เท่าที่มีแล้วนั้น ยังสามารถถอนจนติดลบได้ตามวงเงินที่ธนาคารกำหนด ซึ่ง OD จะเหมาะสมกับบริษัทที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น

โดยแบงก์ก็จะคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่เราติดลบไป ส่วนใหญ่แล้วเราจะขอวงเงิน OD เผื่อไว้ เช่น วิกฤติเศรษฐกิจ บริษัทจะได้มีเงินสำรองจ่าย ซึ่งจะเสียดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อเราต้องใช้เงินจำนวนนั้น ทำให้ตอนเริ่มติดต่อแบงก์ เราก็จะถามทุกครั้งว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น เช่น เศรษฐกิจไม่ดี คุณจะยกเลิก OD ของเราหรือเปล่า เพราะเคยมีบางเคสที่แบงก์เลือกปกป้องตัวเองก่อน โดยการไปยกเลิกวงเงิน OD ลูกค้า เราก็พยายามเลี่ยง นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณารวมไปถึงต้นทุนทางการเงินด้วย เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้เท่าไร

แต่ถ้าเป็นในแง่การ Transaction รับเงิน-จ่ายเงิน ผมจะดูเรื่องโปรแกรมและความสะดวกในการใช้งาน โปรแกรมดีหรือเปล่า สาขามีเยอะไหม พนักงานธนาคารให้ความช่วยเหลือเรามากน้อยแค่ไหน หรือแม้แต่การจ่าย Payroll พนักงาน ตรงนี้มีผลต่อพนักงานโดยตรง เพราะเมื่อบริษัทเลือกธนาคารแล้ว แปลว่าพนักงานก็ต้องวางแผนว่าจะใช้บัญชีนั้นยังไง เบิกถอนโอนที่ไหน เพราะฉะนั้นตอนที่จะเลือกแบงค์จ่าย Payroll ผู้บริหารควรคิดให้ดี ทั้งเรื่องการใช้งานและค่าธรรมเนียม เพราะถ้าคิดจะเปลี่ยนแบงก์ภายหลัง พนักงานก็ต้องวางแผนใหม่ตามไปด้วย บริษัทที่เป็น SME จึงควรจะเริ่มต้นเซ็ตอัพองค์กรอย่างรอบคอบ เพราะสุดท้ายมันเป็นการเซ็ตอัพชีวิตพนักงานของเราด้วยเช่นกัน”
 
เตรียมตัวอย่างไร เมื่อ SME วางแผนขยายตัว กับ CFO หนุ่มรุ่นใหม่  ปอม- ชนินทร์ อรัญวัฒน์ แห่ง Rabbit Digital Group
 
ประยุกต์ใช้ดิจิทัล ต้องมองในระยะยาวและคำนึงถึงความเสี่ยง

การนำดิจิทัลมาปรับใช้ภายในบริษัทที่กำลังเติบโต คุณชนินทร์บอกว่า เขาแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ การนำดิจิทัลมาสนับสนุนการทำงาน โดยเฉพาะการเงินนั้นต้องมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การทำงานในระยะยาวหรือเปล่า บางโปรแกรมอาจดีตอนนี้ แต่ไม่เอื้อต่อการขยายตัวในอนาคตด้วยข้อจำกัดบางอย่าง เช่น อาจมี Interface (หน้าตาการใช้งาน) ที่ดูดี แต่ไม่มี API (Application Programming Interface) ที่ให้เราสามารถไปเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นได้

ส่วนที่สอง คือ ความปลอดภัยเมื่อนำข้อมูลบริษัทไปฝากไว้กับโปรแกรม ต้องมั่นใจว่าแบ็คอัพได้ สามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อได้ สมมติวันนึงโปรแกรมพังหรือมีปัญหา เราจะยังสามารถเอาข้อมูลไปใช้กับโปรแกรมอื่นต่อได้ มีระบบในการป้องกันการโดน Hack ที่รัดกุม เป็นต้น
 
เตรียมตัวอย่างไร เมื่อ SME วางแผนขยายตัว กับ CFO หนุ่มรุ่นใหม่  ปอม- ชนินทร์ อรัญวัฒน์ แห่ง Rabbit Digital Group
 
สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ร่วมลงทุน ด้วยวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่และแนวโน้มที่เป็นไปได้จริง

หนึ่งในก้าวสำคัญของ Rabbit Digital Group ก็คือการร่วมลงทุนกับ TYO Group เอเจนซี่โฆษณายักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น แน่นอนว่าแผนการบริหารจัดการเงินจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและรัดกุม ผู้บริหารหนุ่มอย่างเขาสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร

“เราต้องขาย Vision ให้เขาเข้าใจว่า แผนธุรกิจของเราจะเติบโตเป็นยังไง เราทำอะไรบ้าง สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขทางการเงินแล้วเป็นยังไง ต้องมีข้อมูล สนับสนุนว่ามันจะเกิดจากอะไร เช่น สมมติเราบอกว่ารายได้จะโตปีละ XX% ต้องบอกได้ว่ารายได้จะโตจากอะไร ฐานลูกค้ามากขึ้นเท่าไร เพิ่มลูกค้าจากกลุ่มอุตสาหกรรมไหน รับงานใหญ่ขึ้นขนาดไหน ต้องแสดงให้เขาเห็นแผนทั้งหมดและแนวโน้มความเป็นไปได้ หลังจากตัดสินใจร่วมทุนกันแล้ว ก็จะมีประชุมบอร์ดคณะผู้บริหารทุกเดือน มีการส่งตัวเลขทางการเงินรายงานทุกเดือนว่า ผลประกอบการเป็นอย่างไรบ้าง ทางนั้นก็จะมีคำแนะนำและแสดงความคิดเห็น มีการอัปเดตอยู่เป็นประจำ”
 
Bitcoin สกุลเงินในอนาคตที่น่าติดตามสำหรับคนยุคดิจิทัล

นอกจากการบริหารจัดการเพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแรง การติดตามเทรนด์ดิจิทัลอยู่เสมอก็ถือเป็นสิ่งสำคัญในฐานะ CFO ของบริษัท ซึ่งคุณชนินทร์เล่าว่า เขากำลังสนใจ Cryptocurrency (สกุลเงินดิจิทัลหรือสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแบบดิจิทัล) โดยเฉพาะ Bitcoin เป็นพิเศษ

“ผมว่ามันเป็นสกุลเงินที่จะต้องมาแน่ ๆ ในอนาคต แค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ข้อดีของ Bitcoin คือมีทั้งหมดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ไม่มีทางที่จะเพิ่มไปมากกว่านี้แล้ว การ Trade บนโลกออนไลน์อาจส่งผลให้เกิดภาวะฟองสบู่แตกอย่างที่หลายคนกลัวกันก็จริง แต่ผมมองว่าฟองสบู่แตกมันเป็นแค่เหตุการณ์ชั่วคราว พอราคาที่เคยสูงเกินจริงมันตกสู่มูลค่าที่แท้จริง ทุกอย่างก็กลับสู่ความเป็นจริง แต่คอนเซ็ปต์ของความเป็น Cryptocurrency ยังคงอยู่ สุดท้ายระยะยาว มันก็ขึ้นอยู่กับตามความต้องการของตลาดเอง เป็นเทรนด์และพฤติกรรมของคนในยุคดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด”
 
เตรียมตัวอย่างไร เมื่อ SME วางแผนขยายตัว กับ CFO หนุ่มรุ่นใหม่  ปอม- ชนินทร์ อรัญวัฒน์ แห่ง Rabbit Digital Group
 
มองเรื่องเงินให้เป็นเรื่องง่าย จัดการถูกจุด ธุรกิจไปได้ไกล

คนส่วนใหญ่มักมองว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องยาก แม้กระทั่งคนทำธุรกิจหลายคนก็ยังก้าวข้ามไม่พ้นความคิดนี้ สำหรับคุณชนินทร์ เขามองอีกแบบ

“คนเริ่มทำธุรกิจหลายคนใส่ใจกับ ‘การหาเงิน’ มากกว่า ‘การเงิน’ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องตัวเลขเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันเลย เคยได้ยินมั้ยว่ากว่า 80% ของบริษัทที่ตั้งขึ้นมาจะเจ๊งภายใน 5 ปี ผมมองว่าส่วนใหญ่ไม่ใช่หางานไม่ได้ หรือขายของไม่ได้นะ แต่คือไม่มีเงินสดสำหรับหมุนเวียน ถ้าเราดำเนินธุรกิจ เราจะต้องรู้ว่าบริษัทของเราต้องการเงินสดมากน้อยแค่ไหน ในแต่ละบริษัทก็จะมี Business Model ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเราต้องวางแผนว่าเราต้องมีเงินเท่าไร และมองไปถึงอนาคตด้วยว่า ถ้าจะขยายตัวแบบนี้ต้องใช้เงินขนาดไหน จากนั้นจึงคิดต่อว่าแล้วจะหาเงินนั้นมาจากไหน เช่น เดี๋ยวนี้ก็จะมีธนาคารที่สนับสนุน SME เยอะขึ้น รัฐบาลก็ออกโครงการเงินกู้สำหรับ SME ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมากขึ้น แต่ถ้าเป็น SME ที่มีไอเดียอะไรใหม่ ๆ และมีโอกาสที่จะขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ก็สามารถหาเงินทุนจากกลุ่มกองทุนต่าง ๆ ได้ เช่น Private fund, VC (Venture Capital), CVC (Corporate Venture Capital) เพราะฉะนั้นการวางแผนการเงินและการสะท้อนตัวเลขทางการเงินในการดำเนินธุรกิจให้เห็นภาพชัดเจน จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญและใส่ใจกับมันอย่างแท้จริง บริษัทจึงจะมีโอกาสโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ครับ”
Related Content