นำเสนอแผนธุรกิจอย่างไรให้โดนใจนักลงทุน


Wilas Chamlertwat
Date: 04/07/2560
0 Share

ดร.วิลาส ฉ่ำเลิศวัฒน์

ต่อให้แผนธุรกิจดีแค่ไหนแต่ถ้ายังขาดการนำเสนอที่ดีก็อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเท่าที่ควร ถ้าอย่างนั้นมาเรียนรู้วิธีการนำเสนอแผนธุรกิจอย่างมืออาชีพกัน

เวลาที่พูดถึงการนำเสนองานต่อนักลงทุน หลายคนอาจนึกถึงภาพการทำแผนธุรกิจที่มาพร้อมเอกสารหนาๆ เข้าไปนำเสนอ พร้อมสไลด์ที่สรุปเนื้อหาเข้าไปพูดคุย แม้โซลูชั่นของบริษัทนั้นจะดี แต่ถ้าการนำเสนอและการเรียบเรียงลำดับที่เข้าใจยาก  ก็อาจทำให้นักลงทุนไม่เข้าใจในแผนธุรกิจและโซลูชั่นของคุณก็เป็นได้

เมื่อคุณได้รับโอกาสเข้าไปนำเสนอแผนธุรกิจ การเตรียมตัวก่อนไปเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแค่แผนธุรกิจสรุปใส่สไลด์แล้วนำไปเสนอได้เลย ดังนั้นการนำเสนอที่ดีต้องเรียบเรียงเนื้อหาให้ตรงกับสิ่งที่ผู้ฟังต้องการ นั่นคือกลุ่มนักลงทุน ดังนั้น นำเสนอโปรเจกต์กับลูกค้ายังไงให้ไม่แป้ก ส่วนประกอบของการนำเสนอที่ดีควรประกอบด้วย
 
นำเสนอแผนธุรกิจอย่างไรให้โดนใจนักลงทุน
  • ปัญหาของตลาดที่พบเจอในปัจจุบัน จนทำให้ต้องมานำเสนอโซลูชั่น
  • โอกาสและขนาดของตลาด กลุ่มที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของ Startup ของคุณมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งตรงนี้ต้องวิเคราะห์ข้อมูลให้ดี โดยปกติทั่วไปก็จะอ้างอิงตัวเลขกว้างๆ ไว้ก่อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องวิเคราะห์ให้โดยละเอียด ขนาดของตลาดอาจไม่ได้ใหญ่อย่างที่คิดก็ได้ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าต้องทำโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มตลาด Mass เสียทีเดียว การนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และแก้ปัญหาให้พวกเขาได้จริงๆ ก็มีโอกาสเกิดได้เช่นกัน
  • โซลูชั่นแนวทางการแก้ปัญหาที่ Startup คิดค้นขึ้นมา มาช่วยกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร อะไรคือประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับ
  • การคิดค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร มีแผนการหารายได้อย่างไร
  • ถ้าคุณดำเนินธุรกิจมาสักระยะแล้ว ควรต้องแสดงให้เห็นถึงการตอบรับของตลาด หรือที่วงการ Startup เรียกกันว่า Traction เช่น มีจำนวนผู้ใช้กี่ราย มีลูกค้าทั้งหมดกี่ราย ถ้าทำธุรกิจประเภท Business-to-Business (B2B) การได้ลูกค้าองค์กรชั้นนำมาเป็นตราประทับยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณมากขึ้น ข้อมูลส่วนนี้เป็นข้อมูลที่ใช้พิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นั้นตอบโจทย์ตลาดได้จริงหรือไม่
  • วิเคราะห์ว่าปัจจุบันมีคู่แข่งรายใดอยู่บ้าง อะไรที่เป็นจุดเด่นของคุณและสามารถสร้างความแตกต่างและแข่งขันได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งทีสำคัญมาก เพราะถ้าผู้เล่นรายใหญ่มีทุนที่หนากว่า ทำโซลูชั่นคล้ายๆ กัน Startup จะสู้กับผู้เล่นรายใหญ่นี้ได้อย่างไรบ้าง
  • กลยุทธ์การเข้าตลาด และแผนการเติบโตในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร เช่น แผนการครองตลาดหลักในไทย มีกลยุทธ์อย่างไร แผนในการขยายไปต่างประเทศเป็นอย่างไร เป็นต้น
  • การที่มาขอระดมทุนครั้งนี้ ต้องการนำเงินทุนดังกล่าวไปใช้พัฒนาหรือขยับขยายส่วนใดบ้างเพื่อทำให้ธุรกิจเติบโต
นำเสนอแผนธุรกิจอย่างไรให้โดนใจนักลงทุน
  • ทีมงานมีใครบ้าง ซึ่งบางคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่ในมุมของนักลงทุนกลุ่ม Startup  โดยเฉพาะช่วง Early Stage (ช่วงเริ่มต้นนั้น) เขาดูถึงความสัมพันธ์ของผู้ร่วมก่อตั้ง ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ก่อนหน้านี้ทำอะไรมาก่อน ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณกำลังเริ่มทำ Start up ที่ต้องการแก้ปัญหาในภาคธุรกิจก่อสร้าง/อสังหาริมทรัพย์ แน่นอนว่าถ้าคุณเคยมีประสบการณ์โดยตรงในภาคธุรกิจนี้มาก่อน จะทำให้นักลงทุนเชื่อถือในตัวคุณมากขึ้น ว่าคุณเข้าใจตลาด และปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคธุรกิจนี้จริง แต่ถ้าคุณเป็นคนหน้าใหม่ของวงการเลย และยิ่งเป็นภาคธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางมาก่อน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างความเชื่อใจจากนักลงทุนได้
  • ข้อมูลอ้างอิงอื่นๆ เช่น ถ้าคุณมีพาร์ทเนอร์หรือพันธมิตรที่มีชื่อช่วยสร้างเครดิตที่ดีให้กับคุณ ก็สามารถนำข้อมูลส่วนนั้นมาใส่ได้
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อให้คุณได้เตรียมความพร้อมก่อนนำเสนอแผนธุรกิจให้กับนักลงทุนบ้าง เทคนิคเล็กๆ อีกอย่างหนึ่งคือทุกครั้งที่จะทำแผนนำเสนอ คุณต้องดูว่าผู้ฟังของคุณเป็นใคร ถ้านักลงทุนของคุณเป็น Corporate Venture Capital (CVC) คุณอาจจะต้องดูด้วยว่า ด้วยโซลูชั่นที่มีอยู่ของคุณจะสามารถมาช่วยเสริมทัพในเชิงกลยุทธ์ให้กับธุรกิจของพวกเขาอย่างไรได้บ้าง นอกเหนือจากการเติบโตในเชิงของรายได้ อาทิ Corporate Venture Capital ในกลุ่มของธนาคาร เช่นเดียวกัน ถ้าคุณเป็น Startup ด้าน FinTech คุณอาจมีเทคโนโลยีหรือโซลูชั่นที่สามารถเข้าไปช่วยให้กระบวนการบางอย่างของธนาคารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือช่วยลดค่าใช่จ่ายขององค์กรได้ด้วย ดังนั้นคุณต้องทำความเข้าใจธนาคารเสียก่อนว่า หัวใจของการสร้างFintech คืออะไร เป็นต้น
Related Content