Carpool ประกันรถเพื่อคนใจเย็น


Carpool Team
Date: 20/10/2560
0 Share

Carpool ประกันรถเพื่อคนใจเย็น 
Carpool โมเดลของธุรกิจประกันรูปแบบใหม่ ที่ทำให้คนใจเย็น ขับรถดี ไม่มีประวัติเสีย ไม่ต้องเสียวงเงินประกันอย่างสูญเปล่า แต่มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดเมื่อรวมกลุ่มกับผู้ขับขี่ที่ดีรายอื่น ๆ หนึ่งในทีมจากโครงการ Krungsri RISE Batch 2 ที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการประกันรถให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่ใช้รถใช้ถนนทุกวันนี้ น่าจะเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของประกันภัยรถยนต์กันดีอยู่แล้ว แต่เคยนึกน้อยใจกันบ้างไหมครับว่า เราทำประกันภัยรถยนต์ไว้แต่ไม่เคยขับไปชนที่ไหน ทำไมถึงไม่ได้รับอะไรตอบแทนกลับคืนบ้าง แม้จะไม่ได้อยากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายเงินอยู่ลึก ๆ

เหมือนกับคุณฉัตรชัย ปานสายลม ผู้ร่วมก่อตั้ง Carpool สตาร์ทอัพที่เราจะพาทุกคนไปรู้จักกันในวันนี้ เขารู้ซึ้งและเข้าใจถึงความเจ็บปวดข้อนี้ดี จึงตัดสินใจริเริ่มทำสตาร์ทอัพเพื่อการประกันรถยนต์ที่คุ้มค่าขึ้น พร้อมตอบโจทย์คนไทยที่ขับรถทุกคน

สตาร์ทอัพที่ว่านี้จะเป็นอย่างไร และหลังจากเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2 Carpool มีแนวโน้มและทิศทางในการบริหารต่อยอดธุรกิจอย่างไร ร่วมค้นหาคำตอบพร้อมกันได้ที่นี่
 
Carpool ประกันรถเพื่อคนใจเย็นคุณฉัตรชัย ปานสายลม
ผู้ร่วมก่อตั้ง Carpool

Carpool คืออะไร คุณมองเห็นช่องทางอะไรในการเริ่มต้นทำธุรกิจนี้


คุณฉัตรชัย: Carpool เป็นประกันรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่มีโมเดลแตกต่างจากคนอื่น เพราะเราเป็น InsurTech ถึงแม้จริง ๆ แล้วในบ้านเราจะมีอยู่หลายตัว เช่น เว็บไซต์เปรียบเทียบราคา ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบได้ว่าทำประกันกับใครถูกกว่าและคุ้มค่าที่สุด ช่วยในการตัดสินใจได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับทางบริษัทประกันภัยเอง ถามว่าเขาได้อะไรจากตรงนี้ ลูกค้าของบริษัทเยอะขึ้นจริง แต่นั่นก็หมายถึงการเคลมประกันที่มากตาม ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ในขณะเดียวกันเบี้ยประกันภัยกลับบางลง ด้วยโมเดลสมัยก่อนแบบนี้ท้ายที่สุดแล้วจะทำให้บริษัทประกันภัยอยู่ยาก สังเกตได้จากการที่ทุก ๆ ปีจะมีบริษัทประกันภัยหน้าใหม่ ๆ สับเปลี่ยนเกิดขึ้นอยู่ตลอด
 
สำหรับ Carpool เป็นการเคลมประกันแบบกลุ่มเล็ก โดยให้ผู้ขับขี่ที่ดีสามารถรวมกลุ่มกัน หากไม่มีการเคลม ประวัติการขับดี จะได้รับส่วนลด พร้อมรับเพิ่มเงินคืนสูงสุด 30% ไม่ต้องเสียแพงเท่ากับผู้ขับขี่กลุ่มประมาท ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาทั้ง 2 ทาง ทั้งช่วยฝั่งบริษัทประกันภัยในการประหยัดค่าเคลม สามารถนำเงินบางส่วนกลับมาคืนให้ผู้ทำประกันได้กำไรมากขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้าก็แฮปปี้ เพราะได้เงินคืนสูงสุดถึง 30% จากการที่ชวนคนเข้ามาจอยกลุ่มเดียวกันหรือมาทำประกันด้วยกัน ซึ่งโมเดลแบบนี้แทบจะเปลี่ยนโครงสร้างของธุรกิจประกันภัยรถยนต์ไปเลย

คาดหวังว่าจะได้อะไรกลับไปจากการเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE


คุณฉัตรชัย: สิ่งที่เรามองหาจากโครงการนี้มีอยู่ 2 เรื่อง หนึ่ง คือ ความชำนาญ เพราะ Krungsri RISE ใน Batch แรกได้เป็น Accelerator ให้กับสตาร์ทอัพหลายราย และสอง คือ การเป็น Partnership เพราะอย่างที่ทราบกันว่าทางกรุงศรีเป็นธนาคารท็อป 5 ของบ้านเรา มีคอนเน็กชั่นและฐานลูกค้าพอสมควร ถ้าเราสามารถเป็นพันธมิตรร่วมกับธนาคารกรุงศรีได้ มันจะช่วยให้ลูกค้ารู้จัก Carpool มากขึ้น

สำหรับ Mentor เราก็มองว่าเขาเป็น Partnership เช่นกัน การมาหาเขาแต่ละครั้ง เรามีเป้าอยู่ในใจว่าเขาจะได้อะไร เราจะได้อะไร เราไม่ได้อยากมาเพื่อสอบถามหรือขอคำแนะนำอย่างเดียว แต่เราอยากมาแชร์กันมากกว่า ซึ่ง Mentor ที่เราได้พบในโครงการ Krungsri RISE Batch 2 นี้ค่อนข้างตอบโจทย์มาก คิดว่าเราสามารถช่วยกัน เอื้อกันทั้งทางกรุงศรีและทาง Carpool เองด้วย

โครงการ Krungsri RISE มีประโยชน์ต่อสตาร์ทอัพอย่างไรบ้าง


คุณฉัตรชัย: โครงการนี้เป็นสิ่งที่ช่วยให้สตาร์ทอัพเข้าถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว มีช่องทางอยู่แล้ว มีประสบการณ์ที่สามารถแนะนำและบอกเล่าได้ ดีกว่าเราต้องมาลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ซึ่งในโครงการนี้ผมเองก็ประทับใจในทุก ๆ เรื่องนะ โดยเฉพาะความเอาใจใส่ของทีม RISE ที่คอยเอาใจใส่ตลอดเวลา เหมือนเป็นครอบครัวที่ใส่ใจกันจริง ๆ ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ แม้ว่า 10 ทีมในโครงการนี้จะมาจากคนละภาคส่วนธุรกิจกัน แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรามีจุดเชื่อมกัน เราต่อยอดธุรกิจไปด้วยกันได้ แทนที่เราจะดีลกับทางกรุงศรีอย่างเดียว กลายเป็นว่าเราสามารถเป็นพาร์ทเนอร์กับคนอื่น ๆ ได้ด้วย
 
Carpool ประกันรถเพื่อคนใจเย็น

Carpool ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE


คุณฉัตรชัย: ปกติบริษัทประกันภัยจะโฟกัสลูกค้ากลุ่มใหญ่ หรือไม่ก็เป็นกลุ่มเล็กไปเลย แต่ความก้ำกึ่งระหว่างธุรกิจเล็กและใหญ่เป็นส่วนที่บริษัทประกันภัยจะเข้าไม่ถึง เช่น ประกันรถสำหรับนิติบุคคล จะต้องมีรถ 10 คันขึ้นไปในชื่อเดียวกัน แต่ถ้าเรามองในภาพของเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมา อาจมีรถ 3 - 7 คัน ไม่ถึง 10 คัน มันไม่ใหญ่พอที่จะใช้บริการแผนประกันภัยแบบนั้นได้ แต่มันก็ใหญ่เกินกว่าจะมานั่งดูแลใส่ใจทีละคัน ตรงนี้แหละที่เป็นช่องว่างที่บริษัทประกันภัยเข้าไม่ถึง ทำให้เสียประโยชน์ไป ธนาคารเองก็เข้าไปจับไม่ได้ เพราะไม่รู้จะเอาผลิตภัณฑ์อะไรไปขาย ซึ่ง Carpool ก็จะเข้าไปแก้ไขปัญหาตรงนี้
 
จากการเข้าร่วมโครงการนี้ มีแผนงานที่ผูกอยู่ในแผนธุรกิจของเรา ซึ่งทาง Krungsri RISE เข้ามาเติมเต็มภาพจิ๊กซอว์ของแผนธุรกิจให้เติมเต็มมากขึ้น จากเดิมที่เราทำของเราเองก็จะได้แต่ลูกค้ารายบุคคลขนาดเล็ก ขาดส่วนที่เป็น SME เพราะฉะนั้น การเข้ามาของกรุงศรีจะช่วยเติมความหลากหลายมากขึ้น และให้เข้าถึงลูกค้าที่กว้างมากขึ้น

RISE ในมุมมองของคุณคืออะไร


คุณฉัตรชัย: คำว่า RISE ใกล้เคียงกับสตาร์ทอัพ นั่นคือยังไม่ส่องแสงออกมามาก เหมือนสตาร์ทอัพที่ยังไม่ได้เปลี่ยนตัวเองสู่องค์กรขนาดใหญ่ แต่มันก็มีโอกาสที่จะเป็นได้ เป็นคำที่ดูแง่บวก เหมือนเรามีของอยู่กับตัว มีศักยภาพพอที่จะโดดเด่นขึ้นมาได้
 
หลังจากได้ฟังความเห็นของคุณฉัตรชัย เจ้าของสตาร์ทอัพ Carpool กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็คงพอจะเห็นภาพถึงประโยชน์มากขึ้น หากคุณสนใจติดตามอ่านความรู้ด้านสตาร์ทอัพที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม Fintech (ฟินเทค) เพิ่มเติม สามารถกดอ่านได้ง่าย ๆ เลย ที่นี่ เพื่อเป็นไอเดียในการต่อยอดให้สตาร์ทอัพของคุณก้าวต่อไปอย่างแข็งแรง
Related Content