หลัก Milestone ของ Bigstone ในอนาคต


ณฤทธิ์ ผดุงชัย
Date: 03/10/2560
0 Share

หลัก Milestone ของ Bigstone ในอนาคต  
จากแนวคิดในการให้กู้ยืมแบบ Peer-to-Peer Lending กลายเป็นที่มาของ Bigstone สตาร์ทอัพใหม่ที่น่าจับตามอง อีกหนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2 ที่เราอยากให้คุณได้ทำความรู้จัก

Bigstone สตาร์ทอัพด้านการเงินที่ใช้แพลตฟอร์มจากออสเตรเลียแดนจิงโจ้ นำมาพัฒนาปรับแต่งให้เข้ากับสังคมไทย บริการที่ทาง Bigstone เน้น คือ การกู้ยืมเงินแบบ Peer-to-Peer Lending ซึ่งในอนาคตจะมีส่วนสำคัญมากในการช่วยเหล่าเจ้าของ SME ให้ทำธุรกิจได้อย่างราบรื่น วันนี้ คุณณฤทธิ์ ผดุงชัย Co-Founder and Managing Director จาก Bigstone จะมาเล่าให้ฟังว่า สตาร์ทอัพของเขาและการเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2 จะมีบทบาทอย่างไรบ้างในแวดวง SME และเศรษฐกิจไทย
 
คุณณฤทธิ์ ผดุงชัย
Co-Founder and Managing Director จาก Bigstone

ทำไม Bigstone จึงมุ่งพัฒนาด้าน Peer-to-Peer Lending และจะสามารถสร้างประโยชน์อย่างไรได้บ้าง

คุณณฤทธิ์: เรานำแนวคิดและเทคโนโลยีมาจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเกิดจากการที่เราได้มีโอกาสทำ Joint Venture (JV) หรือกิจการร่วมค้ากับเขา ซึ่งตลาดที่นั่นมีความมั่นคงและมีระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับที่ดี

สิ่งที่เราทำเป็น Peer-to-Peer Lending Marketplace โดยมุ่งเน้นไปที่ SME เพราะมองว่าเป็นตลาดที่เรามีโอกาสเข้าถึงได้ และยังมี SME หลายแห่งที่อาจจะยังไม่สามารถรับการบริการจากทางสถาบันทางการเงิน ไม่ใช่เพราะธุรกิจหรือยอดขายเขาไม่ดีนะครับ แต่อาจจะเป็นด้วยกระบวนการทำงานหรือด้วยข้อจำกัดของอัตราดอกเบี้ย

เราจึงอยากจะนำเทคโนโลยีและความรู้ซึ่งถือเป็น Proven Platform (แพลตฟอร์มที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว) มาปรับใช้กับเมืองไทย ในขณะที่ตลาดในประเทศไทยมีธุรกิจ SME 2.7 - 2.8% ของตลาดทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ยังขาด Financial Inclusion (การเข้าถึงบริการทางการเงิน) คิดเป็นมากกว่า 42% ของ GDP เมืองไทย ถ้าเราไม่ดูแลหรือให้โอกาสเขา GDP ของเมืองไทยก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ

เราเลยคิดว่า ถ้ามีระบบที่สามารถวิเคราะห์ความสามารถของ SME ในการจ่าย กู้ ยืมเงินจากนักลงทุนหรือสถาบันทางการเงินได้น่าจะเป็นเรื่องดี ซึ่ง Bigstone จะมีบทบาทในการช่วยวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน เพื่อจะให้ Credit Rating (ความน่าเชื่อถือในการลงทุน) แก่เจ้าของ SME ต่าง ๆ ได้ดีที่สุด ในขณะเดียวกัน เราก็มีฝ่ายที่เป็นผู้ให้ยืมหรือนักลงทุนที่จะนำเงินมาปล่อยกู้หรือให้สินเชื่อ ซึ่งในมุมหนึ่ง นักลงทุนสามารถมองว่า เป็นทางเลือกในการลงทุนที่อาจได้เงินตอบแทนที่สูงกว่าวิธีการแบบเดิม ๆ เช่นกันครับ

Bigstone ใช้ข้อมูลอะไรบ้างในการวิเคราะห์

คุณณฤทธิ์: ถ้าเป็นข้อมูลเบื้องต้นจะมาจาก SME โดยตรง เราดูจาก Bank Statement เครดิตบูโร และข้อมูลการเงินอื่น ๆ นอกจากนั้น เรายังหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่นที่ทำงานให้แก่ธุรกิจ SME นั้น ๆ เช่น อู่ซ่อมรถกับบริษัทประกัน และอีกกลุ่มหนึ่ง คือ บริษัทที่ทำบัญชีให้กับทาง SME ซึ่งจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ SME สามารถแนะนำให้ SME ที่มีคุณภาพเข้ามากู้ในระบบของเรา

เรียกง่าย ๆ ว่า เราเป็นฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ทำโมเดลและจัดอัลกอริทึม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้ยืมหรือนักลงทุนสนใจที่จะลงทุนหรือปล่อยกู้ครับ

การสร้างความน่าเชื่อถือ เริ่มจากระบบที่มีพาร์ตเนอร์ซึ่งเป็นทั้งที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากออสเตรเลียเป็นคนดูแลให้ เขาเป็นคนพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวนี้มาก่อน ส่วนผมเองก็เคยไปช่วยเขาระดมทุน ตอนนั้นรู้สึกว่ามีความน่าสนใจมากจนได้มาเป็นนักลงทุนหลักร่วมกับทาง Bigstone ออสเตรเลีย บวกกับเห็นว่าเทรนด์ Fintech (ฟินเทค) กำลังเป็นที่สนใจในประเทศไทย เลยมองว่า Peer-to-Peer ในกลุ่ม SME นั้นน่าจะมีโอกาสในการลงทุน พร้อมกับประสบการณ์ของทีมจากออสเตรเลียที่เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ เพียงแค่ต้องคำนึงถึงปัจจัยที่แตกต่างด้วย

โมเดลจากต่างประเทศจะปรับอย่างไรให้เหมาะกับประเทศไทย

คุณณฤทธิ์: การคำนึงถึงบริบทของท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญ เราใช้ AI และ Machine Learning ที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่จะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของ SME เมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งฟังคุณบัญชา มนูญกุลชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต่อไป AI, Machine Learning และ Big Data Analysis อาจจะสำคัญกว่าการขอ Bank Statement เสียด้วยซ้ำ เพราะ SME มีหลายระบบ สิ่งที่เราทำจึงไม่ใช่แค่ปล่อยกู้ แต่เราสามารถดูแลด้าน Trade Finance (การทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ) และการจัดการซัพพลายเชนได้ด้วย

เหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับโครงการ Krungsri RISE Batch 2

คุณณฤทธิ์: ในเมืองไทยช่วงนี้ มีหลายโครงการ แต่เราก็ต้องเลือกโครงการว่าเมื่อเข้าร่วมแล้ว เราจะมีโอกาสในการเติบโตหรือหาพันธมิตรได้อย่างไรบ้าง สำหรับ Bigstone ที่อยากจะเข้าถึงตลาด SME ขยายโอกาสของเราให้มากกว่าเดิม มองว่าถ้าเราสามารถเป็นพาร์ตเนอร์กับธนาคารกรุงศรีฯ ได้ เราก็น่าจะสามารถช่วยเพิ่ม Traction (จำนวนผู้ใช้บริการ) ให้กับธนาคารได้ และจากโครงการ Batch 1 เราเห็นว่ามีทั้ง Mentor ที่ปรึกษาและเนื้อหาที่ดี ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ เราจึงหวังว่าจะสร้างเครือข่ายคอนเน็กชั่นและทำให้โครงสร้างที่เราสร้างขึ้นเป็นธุรกิจที่เหมาะสมกับเมืองไทย

ในด้านของธนาคาร เราอยากจะเป็นพาร์ตเนอร์ เพราะธนาคารมีแบรนด์และช่องทางที่ไปถึง SME อยู่แล้ว หากมีเงื่อนไขทางกฎหมายที่อาจจะทำให้ปล่อยกู้ไม่ได้ ธนาคารก็อาจจะรับบทบาทเป็น Introducer แนะนำ SME รายนั้นมาให้เรา สักพักเมื่อเขาแข็งแรงและมีรายได้ดีก็อาจจะกลับไปใช้บริการของธนาคารที่เป็นผู้แนะนำมาอีกครั้ง มีหลายกรณีที่เราจะสามารถทำงานร่วมกับธนาคาร และสนับสนุนกันและกันได้

Mentor มีส่วนช่วยเหลือหรือตอบโจทย์ความคาดหวังของคุณอย่างไร

คุณณฤทธิ์: อย่างที่เราทราบกันว่า สถิติที่สตาร์ทอัพจะล้มเหลวมีสูงถึง 80-90% เราจึงมองว่าถ้าหากมีโอกาสเข้ามา ได้ปรึกษาและรับคำแนะนำจาก Krungsri RISE Batch 2 เราจะสามารถเช็กได้ว่าสิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ฝันขึ้นมาเอง มันมีความต้องการในตลาดอยู่ SME ต้องการเงินจริง ๆ หรือถ้าระบบที่เราคิดนั้นผิดพลาด ทดสอบต่อก็อาจจะไม่เวิร์ก เราก็อยากมีกระบวนการตรวจสอบและยืนยันว่าสิ่งที่เราทำนั้นมีศักยภาพ สุดท้ายอย่างที่ผมบอกตอนต้น คือ มันเป็นการช่วย SME ในกลุ่มที่ไม่ได้รับการบริการหรือบริการที่ยังไม่เพียงพอได้ด้วย

เราไม่ได้มีพื้นความรู้ด้านภาษีและกฎหมายมาก่อน แต่เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญสำหรับ Fintech (ฟินเทค) เมื่อเราทำระบบขึ้นมา เราจะต้องแน่ใจว่าอยู่ภายใต้กรอบและกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมของธนาคารแห่งประเทศไทย Mentor จากโครงการนี้ช่วยให้เรามองเห็นจุดที่เราไม่ได้นึกถึง ให้เรารอบคอบมากขึ้น ส่วนทางธนาคารเองก็ช่วยให้คำแนะนำ เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่เรื่องของแพลตฟอร์ม แต่ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่ลงทุนไปแล้วสุดท้ายกฎหมายบอกว่าทำไม่ได้ วิสัยทัศน์ที่ได้รับจากโครงการนี้ทำให้เราไม่เสียเวลา และเครือข่ายของ Krungsri RISE ก็ดีมากครับ
 

มีคำแนะนำอะไรสำหรับสตาร์ทอัพที่อยากเข้าร่วม Krungsri Rise บ้างคะ

คุณณฤทธิ์: ก่อนอื่น เราต้องออกจาก Comfort Zone ก่อน และมองหลาย ๆ มุม โดยเฉพาะมุมที่คุณไม่เคยมองมาก่อน โครงการนี้ทำให้เราได้คิดนอกกรอบ ซึ่งจะทำให้คุณมองรอบด้านมากขึ้น ทำให้เรามั่นใจและรอบคอบมากขึ้นในแต่ละขั้นตอน

สำหรับคนที่สนใจอยากเข้าร่วมโครงการใน Batch ต่อไป ผมมองว่า เราต้องเข้าใจว่า ความต้องการและ Social Need ว่าเป็นอย่างไร อยากให้มั่นใจว่าสิ่งที่คุณทำจะสร้างความเปลี่ยนแปลง หรือช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างไรบ้าง

RISE ในมุมมองของคุณ

คุณณฤทธิ์: เป็นเวทีที่เปิดโอกาส ถึงเวลาที่สตาร์ทอัพต้องสู้เต็มที่ ต้อง RISE หมายความว่าอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว นี่เป็นเวที เป็นเวลาของคุณ ให้โอกาสและมีเครือข่ายให้กับคุณต้องก้าวขึ้นไป คุณต้อง Rise to the Challenge, Rise to the Occasion

จากการพูดคุยกับคุณณฤทธิ์ จะเห็นได้ว่า Milestone หรือหลักบอกระยะของ Bigstone นั้น มีทั้งแนวคิด พัฒนาการ รวมทั้งแผนงานต่าง ๆ ที่น่าสนใจไม่เบา หากใครที่สนใจ Peer-to-Peer Lending ก็อย่าลืมติดตามพวกเขาให้ดี เพื่อเป็นไอเดียในการต่อยอดให้สตาร์ทอัพของคุณก้าวต่อไปอย่างแข็งแรง
Related Content