QueQ กับอนาคตที่มากกว่าแค่การจองคิวในร้านอาหาร


QueQ Team
Date: 20/10/2560
0 Share

QueQ กับอนาคตที่มากกว่าแค่การจองคิวในร้านอาหาร 
QueQ สตาร์ทอัพที่แก้ปัญหาเรื่องการต่อคิว จัดการปัญหาด้านการวางแผนใช้เวลา ที่กำลังมีแผนจะพัฒนาตนเองไปสู่วงการที่แปลกใหม่และหลากหลายขึ้น วันนี้พวกเขาจะมาเล่าถึงความรู้และความหวังที่ได้รับ หลังจากเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2 ให้เราได้ฟังกัน
 
ใครที่ชอบเดินห้างเป็นประจำ หรือฝากท้องตามร้านอาหารบนห้างดังต่าง ๆ ก็คงคุ้นเคยกันดีกับตู้จองคิว ที่มีมาสคอตตัวสีขาวน่ารัก เป็นที่จดจำของทุกคน ซึ่งเจ้าตู้นี้ช่วยให้เราประหยัดเวลาในชีวิตไปได้เยอะ ไม่ต้องยืนรอเรียกคิว สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้ พอถึงคิวเราเมื่อไหร่ระบบจะแจ้งเตือนในมือถือให้อัตโนมัติ ช่วยให้การต่อคิวไม่เป็นเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

และในวันนี้เราได้อยู่กับคุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ และ คุณวริศา ศรีเจริญ สองผู้ก่อตั้ง QueQ สตาร์ทอัพมากประโยชน์รายนี้ หลังจากที่ทั้งคู่ได้นำพา QueQ เข้าสู่โครงการ Krungsri RISE Batch 2 พวกเขาได้รับอะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง แล้วทั้งหมดนั้นจะช่วยสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจได้มากขนาดไหน ตามไปชมกันเลย
 
QueQ กับอนาคตที่มากกว่าแค่การจองคิวในร้านอาหารคุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ - คุณวริศา ศรีเจริญ
2 ผู้ก่อตั้ง QueQ

QueQ เกี่ยวข้องกับ Fintech (ฟินเทค) ยังไงบ้าง

คุณรังสรรค์: การมีอยู่ของ Fintech (ฟินเทค) หรือการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเทคโนโลยีและช่องทางออนไลน์ในบางเรื่องยังอาจเข้าไม่ถึงกลุ่มผู้ใช้งาน แต่ถ้ามองภาพง่าย ๆ เลย มันคือเรื่อง Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสด ซึ่งทาง QueQ ของเราเป็นเหมือนสื่อกลางที่ช่วยให้กระบวนการทางด้าน Fintech (ฟินเทค) เหล่านี้ไปถึงมือผู้ใช้งานได้จริง และสะดวกง่ายดายขึ้น  

อะไรคือสิ่งที่ QueQ สนใจ และมองหาจากโครงการ Krungsri RISE Batch 2 ในครั้งนี้

คุณวริศา: การต่อยอดในเชิงธุรกิจค่ะ เราหวังว่ากรุงศรีจะหลอมรวมเราเข้ากับธุรกิจที่เขามีอยู่ในมือได้ เช่น จับคู่กับธุรกิจที่เป็นลูกค้าของธนาคารอย่าง SME ต่าง ๆ โครงการนี้จึงเหมือนเป็นศูนย์รวมคอนเน็กชั่นขององค์กรต่าง ๆ ที่จะสามารถต่อยอดธุรกิจให้เรา ช่วยให้เราเติบโตได้ไวขึ้น แทนที่เราจะต้องเข้าไปขายทีละเจ้า

คุณรังสรรค์: ลองนึกภาพถ้ากรุงศรีทำ Peer-to-Peer Lending ให้คนทั่วไปกู้ยืมเงินได้ แล้วนำไปใช้กับ QueQ ที่คนใช้ภายในห้างอยู่แล้วอยากซื้อของสักอย่าง หรืออยากกู้เงินมาซื้อและต้องการผ่อนชำระ QueQ จะกลายเป็นเหมือนท่อที่สามารถต่อยอดบริการของกรุงศรีได้ ส่วนสตาร์ทอัพที่เข้ามาอยู่ในโครงการของกรุงศรีก็สามารถทำอะไรบางอย่างจากตรงนี้ได้ด้วย

หลังจากเข้าร่วม Krungsri RISE Batch 2 ได้พบกับสิ่งที่คาดหวังไว้บ้างหรือยัง

คุณวริศา: จริง ๆ มันตรงกับสิ่งที่เราคาดหวังไว้ว่าจะมาช่วยสนับสนุนเราในด้านใดบ้าง ตอนนี้ทางกรุงศรีเองก็ช่วยจับคู่ทีมที่คิดว่าจะต่อยอดร่วมกับ QueQ ได้ รวมถึงทาง Mentor ที่คัดมา แต่ละคนก็มีประสบการณ์ มาแชร์ในสิ่งที่บางทีเราอาจจะลืมไปหรือทำธุรกิจแล้วเราอาจจะไม่ได้มองเห็น ก็ได้เรียบเรียงกระบวนการคิดใหม่ว่าควรจะปรับกระบวนการไหนให้ดีขึ้น

คุณรังสรรค์: รวมถึง OKR (Objectives and Key Results) ที่เซ็ตขึ้นมา มันไม่ใช่ OKR ของ QueQ เฉย ๆ แต่กลายเป็น OKR ร่วมกันระหว่างเรากับทางกรุงศรี เขาจะช่วยเราให้ขับเคลื่อนไปได้ตามที่ตั้งเป้าไว้

การเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2 ครั้งนี้มีประโยชน์อย่างไร และประทับใจอะไรเป็นพิเศษ

คุณวริศา: การเข้าร่วมโครงการนี้เป็นสิ่งที่ดี เหมือนได้เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เข้ามาเรียนรู้ ได้รู้จักและต่อยอดกับเพื่อน ๆ Mentor บางคนสามารถช่วยแนะนำให้เราทำอย่างอื่นได้อีกเหมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น การจัดโครงการแบบนี้มันดีนะ เพราะช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจได้จริง ๆ บางคนอาจจะมาแค่ไอเดีย แต่ไม่มีความรู้ด้านอื่น ๆ พอได้มาเข้าโครงการแบบนี้ มันทำให้เราแน่นขึ้น ให้เราพร้อมขึ้น กล้าทำ กล้าก้าวต่อไปอย่างมั่นคง

คุณรังสรรค์: การทำสตาร์ทอัพคือการทดลอง เหมือนพยายามทำอะไรบางอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน การที่เราจะทำอะไรสักอย่างนั้น เราต้องลองผิด ลองถูก บางทีมันใช้เวลานาน แต่พอเราเจอ Mentor เราได้ปรึกษาแค่ 5 นาที เราอาจจะไม่ต้องไปเสียเวลา 3-4 เดือนเพื่อทดลองสมมติฐานนั้น ๆ อีก
 
QueQ กับอนาคตที่มากกว่าแค่การจองคิวในร้านอาหาร

อนาคต QueQ กำลังจะต่อยอดเข้าไปแก้ปัญหาการรอคิวในโรงพยาบาลตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร

คุณวริศา: ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล คือ คนต้องเสียเวลาทั้งวันเพื่อรอเข้ารับการรักษา คนไข้ไม่อยากเสียเวลานานหรอก เพราะเขาก็ป่วยอยู่แล้ว จุดประสงค์ของเราคือ ทำยังไงก็ได้ให้คนไข้เข้าและออกจากโรงพยาบาลได้ไวที่สุด เสียเวลากับการตรวจน้อยลง เพื่อที่เขาไม่ต้องมานั่งรอ เอาเวลาตรงนี้ไปนอนพักที่บ้านดีกว่า

คุณรังสรรค์: ตอนแรกคนข้างนอกอาจจะมอง QueQ ในภาพที่เราเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องคิว แต่จริง ๆ โจทย์ที่เราตั้งไว้แต่แรก คือ เรื่องของการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า เมื่อโจทย์เป็นแบบนั้นเลยไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องคิวเฉย ๆ

สิ่งที่ยากที่สุดภายใต้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้คืออะไร

คุณวริศา: มันเป็นการเรียนรู้ธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่งที่เราไม่เคยเจอ ตอนแรกที่เริ่มทำ QueQ เราก็ไม่ได้โฟกัสแค่ร้านอาหารเท่านั้น เพราะกลุ่มธุรกิจอาหารตลาดมันเล็กเกินกว่าจะขยายตัวได้ พอเราทดสอบมาแล้วว่า เราสามารถแก้ไขธุรกิจอาหารได้ อีกธุรกิจเราก็น่าจะเข้าไปได้เช่นกัน แต่อาจต้องใช้วิธีการที่แตกต่างกันไป โดยคอนเซ็ปต์ในการพัฒนายังคงคล้าย ๆ กัน

คุณรังสรรค์: จริง ๆ ตอนนี้เราทำงานกันหลายโมเดลมาก ต้องมาจัดลำดับ และมาสำรวจตลาด การเข้าร่วมโครงการนี้เหมือนทำให้เราได้ย้อนกลับมาคิดว่า สิ่งที่เราอยากจะทำมันควรจะทำหรือเปล่า แล้วตอบโจทย์จริงไหม ต้องกลับไปย้อนดูลูกค้าว่าจริง ๆ แล้วเขาต้องการอะไร

คำจำกัดความของคำว่า RISE ในมุมมองของคุณ

คุณวริศา: RISE ก็เหมือนจุดเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างขึ้นมา ใกล้เคียงกับความเป็นสตาร์ทอัพ เพราะเราเริ่มต้นขึ้นมาจากศูนย์และถูกปรุงแต่ง ถูกขัดเกลาขึ้นมาให้กลายเป็นดาวให้ได้

คุณรังสรรค์: ของผมมองไปอีกขั้นนึง ผมคิดว่า RISE คือ การยกระดับขึ้นมา ส่วนใหญ่ที่เข้าโครงการคือคนที่อยู่ในขั้นที่เหนือกว่าขั้นไอเดียแล้ว จัดอยู่ในช่วงกำลังโต แต่แทนที่จะค่อย ๆ โตหรือโตแบบเรื่อย ๆ เรากลับโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทาง Krungsri RISE วางไว้ให้และช่วยให้เกิดขึ้นจริง

จากมุมมองของทั้งสองท่าน จะเห็นได้ว่า Fintech (ฟินเทค) ขยับเข้าใกล้ชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ และการเติบโตของ QueQ ก็เชื่อได้ว่าจะพัฒนาคุณภาพชีวิตและการจัดการเวลาของเราให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน หากคุณสนใจติดตามอ่านความรู้ด้าน Fintech (ฟินเทค) เพิ่มเติม สามารถกดอ่านได้ง่าย ๆ เลย ที่นี่ เพื่อเป็นไอเดียในการต่อยอดให้สตาร์ทอัพของคุณก้าวต่อไปอย่างแข็งแรง
Related Content