รีไฟแนนซ์แบบฟิน ๆ กับ Refinn


พงศธร ธนบดีภัทร
Date: 05/10/2560
0 Share

รีไฟแนนซ์แบบฟิน ๆ กับ Refinn 
ทำความรู้จักกับ Refinn สตาร์ทอัพสาย Fintech (ฟินเทค) ที่กำลังมาแรง ผู้เข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2 กับมุมมองในการช่วยคนไทยทั้งประเทศให้เข้าถึงการวางแผนการเงินที่ดี
 
ถ้าพูดถึงรีไฟแนนซ์ บางคนอาจส่ายศีรษะไม่รู้จักหรือเบือนหน้าหนี เพราะฟังดูมีขั้นตอนยุ่งยากมากมาย แต่ในความจริงแล้ว การรีไฟแนนซ์สามารถช่วยประหยัดเงินหลักแสนหรือหลักล้านได้เลย

วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับคุณพงศธร ธนบดีภัทร COO & Co-founder บริษัท รีฟินน์ อินเตอร์เนชั่นแนล ดอท คอม จำกัด ที่จะมาบอกเล่ามุมมองคนไทยกับการรีไฟแนนซ์และทิศทางของสตาร์ทอัพอนาคตไกลอย่าง Refinn ว่า หลังจากได้เข้าร่วมโครงการ Krungsri Rise Batch 2 เขามีมุมมองและแผนการในใจที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง
 
คุณพงศธร ธนบดีภัทร COO & Co-founder
บริษัท รีฟินน์ อินเตอร์เนชั่นแนล ดอท คอม จำกัด

ผู้ก่อตั้งของ Refinn เป็นใครบ้าง แล้วมีจุดยืนในการทำงานอย่างไรบ้างคะ

คุณพงศธร: เราเป็นกลุ่มคนที่มีแบ็คกราวน์ด้านวิศวะ แต่สนใจด้านการเงินกันครับ เราสังเกตว่า คนไทยวางแผนการเงินกันน้อยมาก จะเน้นถามกันมากกว่า อย่างเพื่อน ๆ ในมหาวิทยาลัยเวลาเปิดพอร์ตหุ้นก็จะมาถามเรา อาจารย์ก็มาถามเรื่องกองทุน พี่แม่บ้าน พี่ยามก็มาถาม เช่น ติดหนี้้บัตรเครดิตทำไงดี ผมกับเพื่อน ๆ เลยทำแอปเกี่ยวกับ Wealth Management ที่จะทำให้คนไทยหันมาบริหารการเงินกันได้เองมากขึ้น แต่พอทำ ๆ ไปแล้วกลับรู้สึกว่า กลุ่มคนใช้ยังเป็นคนกลุ่มเดิม คือ กลุ่มคนที่วางแผนการเงินและสามารถวางแผนให้ดีขึ้น แต่คนที่ไม่เคยคิดจะใช้บริการ เขาก็ยังไม่มา

เช่น ผู้ป่วย นักสุขภาพอาจบอกว่าต้องกินวิตามินและออกกำลังกายนะ ถึงจะดีในระยะยาว แต่มองในมุมผู้ป่วย เขาอาจจะคิดว่าไม่สบายอยู่นะ ขอยากินเลยได้ไหม ถ้าเปิดตำราเลยว่าทำยังไงให้สถานภาพทางการเงินของคนดีขึ้น คือ ต้องให้คนรู้จักการวางเงิน วางแผนการออมหรือซื้อประกัน เช่น ประกันสุขภาพ ไม่งั้นเงินเก็บก็หมดไปกับค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่คนไทยอาจจะยังมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ก็เลยเปลี่ยนโจทย์ใหม่ จากที่พูดกับคนอื่นว่า "พี่ ผมจะทำให้พี่รวยขึ้น" ก็เปลี่ยนใหม่เป็น "พี่ ผมจะทำให้พี่เลิกจน มาช่วยปลดหนี้ให้พี่นะ" คนที่เขาไม่เคยวางแผนการเงินได้ยินแล้วก็หันมาสนใจมากขึ้น เราเลยสร้าง Refinn ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้าน Fintech (ฟินเทค) ขึ้นมา เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงการบริหารการเงินได้มากกว่าเดิม

คิดว่า Refinn มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการสตาร์ทอัพไทยอย่างไรบ้าง

คุณพงศธร: ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า เราไม่ได้จะมาแข่งกับธนาคารนะครับ เราถือว่าเราเป็นพาร์ตเนอร์กัน วงการสตาร์ทอัพในไทยยังเล็กมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ผมกลัวว่าต่างประเทศจะมากินตลาดเรา มากกว่ากลัวด้วยกันเอง

อย่างในแอป จะมีการเปรียบเทียบธนาคารให้เลย เพราะเราอยากให้ลูกค้าเข้าถึงธนาคารมากขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ จะได้ไม่ต้องรอแค่การวอล์กอิน แล้วปัจจุบันนี้ คนก็ใช้มือถือกันมากขึ้น หาข้อมูลทางด้านการเงินกันง่ายขึ้น คนที่ติดต่อธนาคารในสมัยนี้ คือ คนที่มีข้อมูลมาบ้างแล้ว ไม่เหมือนกับคนสมัยก่อนที่ต้องการติดต่อธนาคารเพื่อขอข้อมูล

ทาง Refinn ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2

คุณพงศธร: Krungsri RISE เป็นก้าวสำคัญที่ธนาคารลงมาเล่นกับสตาร์ทอัพ การร่วมมือกันระหว่างธนาคารและ Fintech (ฟินเทค) เป็นเรื่องสำคัญ เหตุผลที่เราเข้าร่วม คือ เราอยากแสดงจุดยืนว่าเราไม่ได้เป็นคู่แข่งกับธนาคารนะ อีกเหตุผล คือ ผมมองว่า Krungsri RISE ตั้งใจที่จะเรียนรู้สตาร์ทอัพ ผมเองก็อยากเรียนรู้ธนาคารเหมือนกัน เพราะการรู้เขารู้เราทำให้วงการการเงินไทยเราดีขึ้น ทางธนาคารกรุงศรีฯ เปิดกว้างมากเรื่องนี้ เขาให้เรานัดได้เลยว่า อยากคุยกับฝ่ายไหน หรือคุยกับใคร ถ้าเราไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ เราก็อาจจะไม่ได้เจอหรือได้ข้อมูลที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ทางธนาคารก็ต้อนรับเราดี เพราะเรามาในฐานะพาร์ตเนอร์ มาเรียนรู้
 
รีไฟแนนซ์แบบฟิน ๆ กับ Refinn

ประทับใจอะไรในโครงการนี้บ้าง

คุณพงศธร: ผมรู้สึกว่าความรู้บางอันยังใหม่ มันไปเร็วมาก ที่เราพูดอยู่ตอนนี้ อีกไม่นานก็จะกลายเป็นเรื่องเก่า พอเราได้ไอเดียใหม่ ๆ เราก็เอาไปวางแผนได้ว่า จะมีอะไรที่ทำให้เราทำงานได้ดีขึ้น เช่น การนำ Machine Learning มาปรับใช้ ถ้าวันไหนเรามีข้อมูลมากพอ เราก็สามารถไปพัฒนาการทำงานของเราได้ เช่น การช่วยลูกค้าเลือกธนาคารหรือช่วยธนาคารเลือกลูกค้า

โครงการนี้จึงถือเป็นการติดปีกให้กับสตาร์ทอัพ เพราะหลาย ๆ สตาร์ทอัพที่ไปต่อไม่ได้ก็เพราะไม่ได้มีความรู้มากพอ แต่ที่นี่ให้เราได้เข้าถึงองค์ความรู้ที่ครบและครอบคลุมกว่า ถือเป็นการใช้ Know-how ที่ดี

ทาง Refinn วางเป้าหมายต่อไปอย่างไรบ้าง

คุณพงศธร: ผมอยากโฟกัสเรื่องสินเชื่อบ้านเป็นหลัก เรามาได้ไกลแล้ว แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ ยังมีคนไทยอีกหลายคนที่กู้บ้านไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลอะไร ทำให้เขาอาจจะเอาบ้านไปจำนองหรือไปกู้นอกระบบ

เราพยายามให้ความรู้เรื่องการเงินและรีไฟแนนซ์ ถ้าสังเกตจากเฟซบุ๊ก เราจะไม่ได้เขียนแค่ว่า รีไฟแนนซ์ดีอย่างไร แต่เราให้ความรู้สินเชื่อบ้าน การทำเครดิตให้ดี คนที่ติดเครดิตบูโร ทำอย่างไรให้มาเป็นคนที่กู้สินเชื่อได้ ตอนนี้ทำแต่รีไฟแนนซ์ แต่ต่อไปเราจะทำสินเชื่อบ้านใหม่ เช่น คนที่ติดหนี้บัตรเครดิต เอาบ้านมาแลกเงินแล้วอาจจะได้ดอกเบี้ยที่ถูกลง และยังได้วงเงินเพิ่มเติม

RISE ในมุมมองของคุณ

คุณพงศธร: คำว่า ‘Rise’ ของ Krungsri RISE ให้ความรู้สึกเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นครับ เพราะเราได้ความรู้ใหม่ ๆ จากทั้งธนาคารและทีมอื่นที่อาจจะมาจากต่างสายกับเรา เช่น สาย AI , Machine Learning, Data Analysis การผสมผสานองค์ความรู้ต่าง ๆ เข้าด้วยกันจะเป็นจุดแข็งที่ทำให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตได้เร็ว

ได้ฟังความคิดความอ่านของคุณพงศธรกันไปแล้ว หลายคนคงมองเห็นความสำคัญของการวางแผนการเงินกันมากขึ้น ลองนำไอเดียไปต่อยอดให้สตาร์ทอัพของคุณก้าวต่อไปอย่างแข็งแรงกันนะครับ
Related Content