Set Robot หุ่นยนต์เทรดหุ้นกับการลงทุนที่เปลี่ยนไป


Set Robot Team
Date: 19/10/2560
0 Share

Set Robot หุ่นยนต์เทรดหุ้นกับการลงทุนที่เปลี่ยนไป 
เมื่อการเล่นหุ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในมนุษย์อีกต่อไป แต่สามารถขยายวงกว้างไปถึงหุ่นยนต์ที่สามารถเข้ามาเป็นผู้ลงทุนในตลาดหุ้น วิเคราะห์ความเป็นไปได้ และเป็นผู้ตัดสินใจในการซื้อขายหุ้นแต่ละตัวแทนมนุษย์ได้ กลายเป็นที่มาของ Set Robot สตาร์ทอัพหนึ่งในโครงการ Krungsri RISE Batch 2 ที่จะช่วยให้นักลงทุนหมุนตามกลไกของตลาดหุ้นได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินถึงคำกล่าวที่ว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” กันบ้าง ซึ่งการเล่นหุ้นในความคิดของคนส่วนใหญ่คือ การลงทุนที่ต้องใช้องค์ความรู้มหาศาล ยุ่งยาก ลำบากและต้องใช้เวลาศึกษานานสุด ๆ รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะหมดตัวได้อย่างง่ายดาย แต่นั่นก็อาจเป็นเพียงความกังวลในอดีตเท่านั้น เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่ไม่ว่าคนจนหรือรวย ก็มีโอกาสลงทุนด้วยหุ้นได้ รวมถึงสามารถเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำขึ้น
 
เทคโนโลยีที่เราพูดถึงนี้ไม่ใช่แค่อินเทอร์เน็ตหรือแอปพลิเคชันเล่นหุ้นที่นักลงทุนคุ้นเคยกันดีเท่านั้น แต่ยังก้าวล้ำไปถึงการให้ “หุ่นยนต์” เป็นตัวแทนในการ “เล่นหุ้น” แทนมนุษย์ ไม่ว่าการวิเคราะห์ตลาด ประเมินความเสี่ยงไปจนถึงการตัดสินใจ หุ่นยนต์ก็สามารถเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาดหุ้นได้เช่นกัน

วันนี้เราจึงอยากแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ Set Robot สตาร์ทอัพใหม่สายเลือดไทยที่นำเสนอบริการ “หุ่นยนต์เล่นหุ้น” หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2 จะใช้งานอย่างไร เชื่อใจได้แค่ไหน โอกาสแห่งความสำเร็จจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ สองผู้ก่อตั้ง นพ.รัฐธร พนัสสรณ์ (MD CEP) และ ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์ (CFA Director) จะมาให้คำตอบกับเรากันครับ
 
Set Robot หุ่นยนต์เทรดหุ้นกับการลงทุนที่เปลี่ยนไปนพ.รัฐธร พนัสสรณ์ - ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์
2 ผู้ก่อตั้ง Set Robot

แนวคิดของ Set Robot คืออะไร และส่งผลต่อวงการ Fintech Startup (ฟินเทคสตาร์ทอัพ) อย่างไรบ้าง

นพ.รัฐธร: ที่มาที่ไปคือ เราคิดว่าเวลานักลงทุนรายย่อยเข้ามาในตลาด จะมี 80% แพ้ตลาด เหลือแค่ 20% เท่านั้นเองที่สามารถทำกำไรจากตลาดได้ เราเลยคิดจะแก้ปัญหาตรงนั้น โดยพยายามใส่ตัวช่วยให้กับนักลงทุน พยายามตอบโจทย์ออกมาง่าย ๆ ด้วยการบอกว่าหุ้นตัวไหนขาขึ้น หุ้นตัวไหนขาลง เพื่อให้นักลงทุนสามารถมองสถานการณ์ของตลาดได้ว่าน่าจะหาโอกาสเข้าซื้อตัวไหน หากมีตัวที่เป็นขาลงก็อาจพิจารณาขาย เราใช้ตัวชี้วัดของเราเองในการประมวลผล แล้วแสดงผลในรูปแบบกราฟเขียวแดง ให้ User ใช้งานได้เลย

สิ่งที่เราต้องการเปลี่ยนแปลงให้กับวงการ Fintech (ฟินเทค) คือ อยากให้การเล่นหุ้นเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ วันนี้บัญชีที่ Active ในการเล่นหุ้นมีแค่ 300,000 บัญชี แปลว่าคนไทยอีก 60-70 ล้านคนไม่ได้ลงทุน หรือไปลงทุนอย่างอื่นอยู่ ซึ่งเรามองว่าจริง ๆ แล้วทุกคนสามารถลงทุนได้ง่าย เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยเรามีตัวช่วย ซึ่งเป็นที่มาของ Set Robot นั่นเองครับ 

เนื่องจากเทรนด์ในการให้ Robot หรือหุ่นยนต์เทรดหุ้นแทนนั้นยังไม่เป็นที่คุ้นเคยในวงกว้างนัก มีวิธีอย่างไรดึงดูดให้คนหันมาใช้งานมากขึ้น

ดร.ธนภูมิ: เท่าที่เราสัมผัสเอง รวมทั้ง User เข้ามาทดลองใช้ Set Robot ก็ได้รับเสียงตอบรับในแง่บวกว่า มันโอเค มันช่วยเขาได้ ไม่ต้องมานั่งเครียด คิดว่าควรซื้อเมื่อไร ขายเมื่อไร อันนี้เป็นประเด็นที่หนึ่งในการดึงดูดคน
 
ส่วนประเด็นที่สอง คือ มันต้องทำผลตอบแทนให้ได้พอสมควรตามที่ User คาดหวัง การลองใช้แล้วได้ผลจริงจะกลายเป็น Positive Feedback ทำให้คนที่เข้ามาเชื่อถือเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอันนี้ต้องทดลองใช้ดู ในระยะยาวเราจึงไม่ได้กังวลว่า การทำให้ User หันมาใช้เทคโนโลยีนี้จะเป็นเรื่องยาก เพราะมันวัดผลได้ง่ายจริง ๆ

Set Robot คาดหวังอะไรก่อนเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2 และได้อะไรติดมือกลับไปบ้าง

นพ.รัฐธร: ก็คงเหมือนสตาร์ทอัพทุกท่าน การตลาดเป็นสิ่งที่ผมไม่ถนัด ทั้งเรื่อง Digital Marketing หรือการเข้าหา VC (Venture Capital) รายละเอียดหลายอย่างอยู่นอกเหนือจากสิ่งที่เราเชี่ยวชาญ เช่น ภาษีและการทำบัญชี การมีแค่ผลิตภัณฑ์ยังไม่พอ แน่นอนยังต้องมีการสร้างแบรนด์ โครงการ Krungsri RISE Batch 2 จึงเป็นสิ่งที่เรามองหา โดยเราหวังว่าจะได้พบกับ Accelerator ที่เข้ามาเติมเต็มและ Coaching ประเด็นต่าง ๆ ช่วยเราตอบโจทย์เหล่านี้ได้
 
หลังจากเข้าร่วมโครงการ จากเดิมที่เราทำบางอย่างไม่มีจุดหมาย ทางโครงการได้สอนการทำ Google OKR (Objectives & Key Results) ซึ่งเป็นการตั้งเป้าหมายขึ้นมา เป็นเป้าหมายระยะสั้นแบบรายไตรมาสว่าจะทำอะไร ไม่ใช่เป้าหมายรายปี แต่ช่วยให้เราโฟกัสได้ดีขึ้น สมัยก่อนเราอาจจะตั้งเป้าแบบไม่ค่อยลำดับความสำคัญเท่าไร ส่วนการตลาดก็มีผลมาก หลังจากได้เข้าคอร์ส Digital Marketing เราเปลี่ยนแนวทางการตลาดเกือบทั้งหมด อีกประเด็นหนึ่ง คือ องค์กรทำให้เราทราบว่า VC ต้องการอะไร แล้วทีมยังขาดอะไร เราเลยต้องพยายามปรับปรุงองค์กรให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น
 
ดร.ธนภูมิ: นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการสร้างเครือข่าย ทำให้เราได้เจอกับเพื่อน ๆ สตาร์ทอัพทีมอื่นด้วย รวมทั้งคนในวงการ Fintech (ฟินเทค) เป็นทั้งคนที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เป็นผู้นำในการสร้างแบรนด์ การที่เราได้พูดคุยก็ทำให้เราได้ไอเดียได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน และยังมี Mentor ที่ปรึกษาเข้ามาให้คำแนะนำ ทำให้เราได้ปรึกษาในสิ่งที่เราอยากเข้าใจให้มากขึ้น

ผมเองได้คุยกับคุณโย่-ภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายการตลาดดิจิทัลและกลยุทธ์โซเชียล ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ซึ่งช่วยให้มุมมองการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและวิธีการใช้ช่องทางออนไลน์ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง รวมถึงวิธีวัดผล ซึ่งช่วยเปิดมุมมองได้เยอะเลยครับ
 
Set Robot หุ่นยนต์เทรดหุ้นกับการลงทุนที่เปลี่ยนไปภคมน ตุลยาพิศิษฐ์ชัย
ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายการตลาดดิจิทัลและกลยุทธ์โซเชียล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

Set Robot ประทับใจอะไรที่สุดในการเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE Batch 2

ดร.ธนภูมิ: ผมประทับใจทีมงาน ด้วยความเป็นกันเอง ให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี Mentor เองก็สามารถให้คำแนะนำกับเราได้ ช่วยเติมเต็มสิ่งที่เราขาดหาย ตอนเข้ามาเรามีแต่ผลิตภัณฑ์ ส่วน User ยังไม่ได้เยอะมาก เขาก็ช่วยกระตุ้นว่าเราควรจะไปอยู่ถึงจุดไหน ตั้งเป้าหมายอย่างไร ทุกคนพยายามซัพพอร์ตเราเป็นอย่างดี

อนาคตของ Set Robot จะดำเนินไปในทิศทางใด

นพ.รัฐธร: สำหรับแผนงานในอนาคต จากตอนแรกเราเป็นแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นการใช้งานระหว่าง User กับบริษัท โดยตอนนี้เราอยากจะพัฒนาให้เชื่อมต่อ อยากมีพาร์ทเนอร์หรือโบรกเกอร์ที่เป็นธนาคาร ซึ่งตรงนี้เราจะมองว่าทำให้เราสร้างผลิตภัณฑ์หรือรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นกองทุนได้มากขึ้น เป็นเป้าหมายที่เราวางไว้ในอนาคต
 
Set Robot หุ่นยนต์เทรดหุ้นกับการลงทุนที่เปลี่ยนไป

อยากแนะนำอะไรให้กับสตาร์ทอัพที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ Krungsri RISE ในครั้งต่อ ๆ ไป

นพ.รัฐธร: สำหรับสตาร์ทอัพที่ยังลังเลนะครับ ผมมองว่าการเป็นสตาร์ทอัพเปรียบเหมือนห้องครัวห้องหนึ่งซึ่งมีวัตถุดิบอยู่ เราเป็นวัตถุดิบที่ผ่านการปรุงมาแล้วแต่อาจยังไม่ค่อยอร่อย ยังขาดอาวุธ ขาดหมัดเด็ด ขาดเล็กขาดน้อย แต่พอมาเข้าห้องครัวของกรุงศรี เขาก็พยามยามปรุงให้เรามีสีสัน มีรสชาติ เรียกว่าพร้อมที่จะไปลุยด้านธุรกิจอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะโอกาสในการพบและพูดคุยปรึกษากับ Mentor แต่ละท่านแบบสองต่อสองในชีวิตจริงนั้นหายากมาก เพราะบุคคลที่ทางกรุงศรีคัดเลือกมามีแต่ระดับท็อปทั้งนั้น โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่สตาร์ทอัพไม่ควรลังเลเด็ดขาดเลยครับ

คำว่า RISE ในมุมมองของคุณ

นพ.รัฐธร: ผมคิดว่าเป็นจุดที่บ่งบอกถึง RISE คือ การมีทีมที่ลงตัว แต่ละคนในทีมสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่และเข้าขากันเป็นอย่างดี ทุกคนมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน คนที่อยู่กับเราต้องเป็นคนที่ใช่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้สตาร์ทอัพของเรา RISE ไปได้
 
ต้องขอบคุณทั้ง นพ.รัฐธร และ ดร.ธนภูมิ ที่พยายามพัฒนาแอปพลิเคชันจัดการเรื่องหุ้นดี ๆ อย่าง Set Robot ขึ้นมา เพื่อให้เรื่องหุ้นกลายเป็นของใกล้ตัว หยิบจับได้ง่ายดายยิ่งขึ้น หากคุณสนใจติดตามอ่านความรู้ด้าน Fintech (ฟินเทค) เพิ่มเติม สามารถกดอ่านได้ง่าย ๆ เลย ที่นี่ เพื่อเป็นไอเดียในการต่อยอดให้สตาร์ทอัพของคุณก้าวต่อไปอย่างแข็งแรง
Related Content